น้าพวกเราจะได้เจอกันอีกแน่”
หมิงเวยยกมุมปาก “ข้าก็เช่นกันท่านอย่าไปโดนผู้อื่นฟันก่อนล่ะ”
ณ จุดนี้ ได้พูดไปหมดแล้วเจอกันครั้งหน้าก็จะมีแต่ต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
ซูถูรู้สึกเสียดายมากถึงเขาจะเกลียดนางมาก แต่เขาไม่เคยชื่นชมผู้ใดในลักษณะนี้เลย แม้กระทั่งยกนางให้เหนือบุรุษด้วยซ้ำ
“ถ้าเช่นนั้น ลาก่อน เชื่อว่าวันนั้นคงอีกไม่นาน” ซูถูพูดจบก็โบกมือองครักษ์ก้าวไปข้างหน้า ยกหน้าไม้หนักขึ้น และถอยกลับอย่างเป็นระเบียบ
หมิงเวยยืนอยู่ที่นั่นมองดูพวกเขาค่อยๆ เดินจากไปจนมองไม่เห็นอีกต่อไป
ทางฝั่งนอกประตูเมืองเสียงฆ่าฟันมีอยู่ทุกหนทุกแห่งซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เข้มข้นที่สุด
หนิงซิวถามว่า “พวกเราเข้าเมืองกันดีหรือไม่”
หมิงเวยพยักหน้า “ช่างน่าเสียดาย คราวนี้ปล่อยเขาไปอีกไม่กี่วันเขาจะนำทัพมาโจมตีเราแน่เจ้าค่ะ”
หนิงซิวพูด “พวกเราไม่สามารถทำอะไรได้สถานการณ์ของพวกเราในตอนนี้ทำได้แค่ชิงเนินกรวดกลับมาก่อนเท่านั้น และพวกเราไม่สามารถนำกำลังคนสำรองตามไล่ฆ่าเขาได้”
“เจ้าค่ะ”
หนิงซิวได้ยินเสียงตอบรับแบบขอไปทีของนางก็ถามกลับ “ท่านยังคิดอะไรอยู่อีก”
หมิงเวยดึงสติกลับมา “ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ”
ฝั่งเรามีน้อยเกินไป! ช่างเถอะ อย่างไรก็ต้องมีโอกาสอีก ไม่ต้องรีบร้อน
………….
ปิดล้อมเมืองตลอดจนถึงรุ่งสางถึงจะได้พัก ศัตรูถูกกวาดล้างไปซะส่วนใหญ่และบางส่วนก็หนีเข้าไปในทุ่งหญ้า อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ในทุ่งหญ้