หยางชูไม่รู้จะพูดอะไร
จากนั้นก็ได้ยินเสียงจงซู่จากด้านใน “คุณชายหยาง ข้างนอกอากาศหนาว เข้ามาข้างในก่อนเถิด” หยางชูลังเล แต่สุดท้ายก็เข้าไปด้านใน
“แม่ทัพจง” เขาประสานมือคำนับ
ก่อนหน้านี้จงซู่เห็นเขาอยู่หลายครั้ง คุณชายเจ้าสำราญท่าทางหยิ่งผยองที่ทำให้คนอยากจะมีเรื่องด้วย เขาที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจทำให้คนอิจฉาในความมีชีวิตชีวาของเขา นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตน
“มาหาข้ามีอะไรหรือ”
“เอ่อ…” ใบหน้าของหยางชูร้อนเล็กน้อย
“หากไม่พูดข้าต้องขอพักผ่อนพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางตอนยามสี่ ตอนนี้ดึกแล้ว” ท่าทางของจงซู่เหมือนต้องการจะไล่เขาออกไป
“เดี๋ยวก่อนขอรับ!” หยางชูโพล่งออกมา
เขาก่นด่าในใจเมื่อเห็นรอยยิ้มของจงซู่ก็รู้ว่าเขารู้อยู่แก่ใจเพียงแต่ไม่พูด รอให้เขาพูดออกไปอย่างตัวตลกก็เท่านั้น
ช่างมันเถอะ ตลกก็ช่างมัน อย่างไรก็จนแต้มแล้ว! ผิดพลาดแล้วก็ปล่อยมันไป หยางชูพูดว่า “แม่ทัพจง พรุ่งนี้ข้าไปกับท่านได้หรือไม่”
“อ้อ” จงซู่แตะคาง “พรุ่งนี้ข้ายุ่งมากไม่มีเวลามาสนใจท่าน!”
“ไม่ต้องห่วงข้า ข้าจะตามไปช่วยถือธงให้ก็ย่อมได้!” จงซู่หัวเราะออกมาดังๆ
หยางชูกังวล “ได้หรือไม่”
จงซู่หุบยิ้มอย่างยากลำบาก “ข้ารู้ว่าท่านคิดอะไรอยู่เล่นหมากรุกกับแผนที่มันน่าเบื่อ อยากสัมผัสประสบการณ์จริงๆ ใช่หรือไม่”
หยางชูยิ้มเขาพูดเสียงเบา “ข้าเพียงแค่ดู สัญญาว่าจะไม่สอดมือเข้าไปรบกวน ข้ารู้ว่าสถานะของข้าไม่