เมื่อเขาพูดมาก็รีบสั่งกองหลังเร่งความเร็ว
วิ่งไปได้สองสามลี้ก็ได้ยินเสียงจากด้านบนเสียงนั้นดังก้องกังวานไม่หยุด เมื่อทุกคนแหงนหน้าขึ้นก็เห็นหิมะ และหมอกลอยปลิวว่อน หิมะก้อนใหญ่เลื่อนลงมาฝังเส้นทางที่พวกเขาเดินอยู่จนหมดแม้แต่ท้องฟ้าก็ยังถูกหิมะบดบัง
จงซู่เหงื่อตก หากช้ากว่านี้อีกนิดเดียวกองหลังหลายร้อยคนคงติดอยู่ข้างในแล้ว เขาอดไม่ได้ที่จะชื่นชมความสามารถของหมิงเวยและหนิงซิวในใจ
คุณชายหยางผู้นี้ไปหายอดฝีมือเช่นนี้จากที่ใดกัน แม้ว่าชาติกำเนิดของเขาจะน่าอึดอัด แต่รายล้อมไปด้วยผู้ที่มีความสามารถเช่นนี้ ว่ากันว่าผู้ที่โชคดีจะดึงดูดผู้ที่มีความสามารถมาอยู่ข้างกายได้เป็นไปได้หรือไม่ว่า…
เมื่อนึกถึงความคิดนี้จงซู่รีบปัดความคิดนี้ออกไปอย่างรวดเร็วนึกถึงคำสอนของบรรพบุรุษ ตระกูลจงปกป้องแผ่นดินภักดีต่อผู้ครองบัลลังก์เท่านั้น และไม่สามารถเข้าไปพัวพันกับการแย่งชิงบัลลังก์อย่างแน่นอน
ไม่นานหมิงเวยกับหนิงซิวก็ลงมาพวกเขาไปหาหยางชูจากนั้นเดินไปอยู่ตรงหน้าจงซู่
“แม่ทัพจง หิมะถล่มเมื่อครู่เป็นฝีมือของคนเจ้าค่ะ” หมิงเวยเข้าประเด็น
จงซู่ตกตะลึง “ท่านหมายถึงเป็นฝีมือของผู้ที่ล่อพวกเราออกมาหรือ”
หมิงเวยพยักหน้า “หากเป็นอย่างที่ข้าคาดเดาเอาไว้คงหนีไม่พ้นเผ่าหมาป่าหิมะเจ้าค่ะ”
จงซู่คิดตามแล้วพูดว่า “แปลกมากที่พวกเขาลงมือตอนนี้ หลังจากสงครามนองเลือดภายใน ตอนนี้ยังบุกมาทางใต้ไม่ใจร้อนเกินไปหรือ”
หยางชูขัดจังห