โยคเดียว…”
“ไม่ใช่เรื่องของกองทัพซีเป่ยเรื่องนี้ตระกูลจงไม่กล้าโกหกหรอก” กัวสวี่ถอดรองเท้า จากนั้นก็แช่เท้าในน้ำร้อนหลังจากที่เท้าเย็นแข็งมาทั้งวันแล้วหรี่ตาด้วยความสบายใจ
“ท่านหมายถึง…”
กัวสวี่ยิ้มเยาะ “การแข่งฝึกซ้อมอะไรนั่นผ่านไปไม่นานคิดว่าข้าโง่หรืออย่างไรกัน!”
หลานชายเข้าใจทันที “ท่านหมายถึงเรื่องของคุณชายหยางงั้นหรือ”
“อืม…” กัวสวี่พูดไปแช่เท้าไป “ตระกูลจงกลัวข้าเข้าใจผิดก็เป็นเรื่องปกติ พวกเขาเป็นแม่ทัพที่บัญชาการอยู่ด้านนอก สิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวที่สุดก็คือการที่ฝ่าบาทไม่เชื่อใจ พวกเขาไม่กล้าติดต่อกับหยางซานเป็นข้ออ้างหรอก แต่หยางซานนั้น…ทั้งสองฝ่ายทำข้อตกลงกันเป็นอย่างดีทำเป็นบอกว่าพวกเขาไม่มีเรื่องปิดบัง แต่ข้าไม่เชื่อ!”
“แล้วจะทำอย่างไรหรือขอรับ”
กัวสวี่ครุ่นคิดเล็กน้อย “หากไม่ใช่เพราะหิมะตกหนักจนขวางถนน ตอนนี้ข้าคงส่งคนไปเกาถางเพื่อดูว่าหยางซานทำอะไรอยู่ แต่หิมะตกที่ซีเป่ยก็ยากที่จะเคลื่อนไหว!”
หลานชายถามว่า “เป็นไปได้หรือไม่ว่าหยางซานกับตระกูลจงสมรู้ร่วมคิดกัน มีแผนอื่นอยู่”
กัวสวี่ไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ “ถึงพวกเขาสมรู้ร่วมคิดกันแล้วจะทำอะไรได้ จะมาก่อกบฏอย่างนั้นหรือเรื่องนี้มีส่วนได้เสียอะไรกันข้ายังมองไม่ออก”
เขาที่ไม่รู้เรื่องราวภายในคำว่ากบฏจึงมองว่าเป็นแค่เรื่องตลกก็เท่านั้น เมื่อเขาแช่เท้าเสร็จเขาก็ตบหัวหลานชายของเขาเบาๆ “เจ้าไม่ต้องกังวลไป หยางซานออกไปไหนไ