ให้หยางชูน้ำท่วมปากได้
ช่างเป็นความสุขอะไรเช่นนี้!
แต่ไม่นานจงรุ่ยก็พบว่ามันยากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะชนะ ตราบใดที่กลยุทธ์ของเขาปรากฏขึ้นครั้งเดียว ครั้งต่อไปก็จะถูกขัดขวาง หรือแม้กระทั่งถูกยืมนำไปใช้
เช่นนี้จากที่เอาชนะง่ายๆ กลายเป็นยากขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นก็กลายเป็นแพ้มากชนะน้อยตอนนี้มันไม่ง่ายเลยที่จะชนะในครั้งเดียว
จงรุ่ยไม่ยอมแพ้เมื่อนึกถึงตนที่เข้าสู่สนามรบตอนอายุสิบสอง และต่อสู้มาสิบปีแล้วจะด้อยกว่าคุณชายหยางที่เติบโตเป็นคุณชายเจ้าสำราญในเมืองหลวงได้อย่างไร
ดังนั้นยิ่งยากที่จะชนะ เขาก็ยิ่งพบว่าหยางชูได้รับชัยชนะมากขึ้นเท่านั้น
ในตอนแรกหยางชูมีความกระตือรือร้น เขาเรียนรู้ตำรายุทธพิชัยสงครามมามากมาย และนำไปลองฝึกใช้กับพวกกลุ่มโจร แต่เขาไม่เคยต่อสู้ในศึกใหญ่จริงๆ เลยประสบการณ์ของจงรุ่ยเป็นสิ่งที่เขาไม่มี
แต่ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ในขณะที่หมากรุกได้รับชัยชนะมากขึ้นเรื่อยๆ จงรุ่ยนำเสนอสิ่งใหม่ๆ น้อยลงเรื่อยๆ จนเขาหมดความสนใจ
ตอนแรกเขาดึงจงรุ่ยมาเล่นหมากรุกตอนนี้กลับกลายเป็นจงรุ่ยตั้งใจมาหาเขาเพื่อเล่นหมากรุกด้วย และต้องการเอาชนะกลับ ทั้งสองเล่นหมากรุกในห้องอันอบอุ่น หยางชูหาวเขานั่งบนเก้าอี้แล้วพูดอย่างเกียจคร้านว่า “ท่านยังไม่ยอมแพ้อีกหรือ”
จงรุ่ยได้เลือกแผนที่แล้ว “เล่นก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”
เขาไม่ยอมแพ้ หมากรุกกองทัพนี้มีไว้สำหรับแม่ทัพที่ได้ต่อสู้จริงๆ เพื่อฝึกฝีมือ และมันก็ไม่สมเหตุสมผลเล