ตอนนี้หากกล่อมเขาอีกว่าเรื่องนี้อาจไม่ใช่เรื่องจริงดูจะเป็นการหลอกตัวเองไปหน่อย หมิงเวยถอนหายใจและเดินไปข้างหน้าในความมืด
หยางชูหอบอย่างหนัก ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่ทำให้คนไม่กล้าเข้าใกล้ เมื่อถูกนางจับกล้ามเนื้อแขนของเขาก็ขยับจนเกือบจะเหวี่ยงนางออกไป แต่ก็ยั้งไว้ได้ทัน
หมิงเวยกอดเขานางลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆ และกระซิบ “อย่าโกรธไปเลยไม่มีเขาท่านก็ยังมีใครอีกหลายคน คิดถึงกุ้ยเฟย อาหว่าน อาจารย์หนิงแล้วก็ข้า…”
นางปลอบโยนจนอารมณ์ของเขาค่อยๆ สงบลง เขาหลับตาแน่นในความมืดจนกระทั่งรู้สึกว่าตนเองไม่หลั่งน้ำตาแล้วจึงลืมตาขึ้นแล้วโอบกอดนางเอาไว้ เขากอดนางแน่นจนนางแทบแหลกสลายเป็นชิ้นๆ
“ไม่ไปได้ไหม” เขาถามเสียงแหบพร่า
หมิงเวยตกใจแล้วตอบไปว่า “ข้าจะไปได้อย่างไรปกติข้าก็อยู่กับท่านอยู่แล้ว”
“ไม่ ไม่ใช่ตอนนี้” หยางชูเพียงรู้สึกสับสนและอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง “ข้ารู้อยู่เสมอว่าวันหนึ่งท่านจะจากไปถึงไม่สัญญากับข้า ไม่สำคัญว่าท่านจะไร้สถานะไร้ชื่อเสียง หรือได้รับสายตาแปลกๆ จากผู้อื่น แต่ข้าไม่อยากให้เป็นเช่นนี้ข้าหวังว่าพวกเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปตลอดไปจนแก่เฒ่า…”
หมิงเวยอ้าปากไม่รู้จะตอบอะไรไปชั่วขณะหนึ่งเพียงรู้สึกว่าหัวใจราวกับถูกบดขยี้ ปวดร้าวจนแทบหายใจไม่ออก
“ไม่ได้หรือ ไม่ได้จริงๆ หรือ” เขาไม่ได้รับคำตอบจึงถามต่อเสียงเบา
หมิงเวยสูดหายใจเข้าลึกๆ และพูดอย่างชัดเจนทุกคำ “ข้าจะอยู่กับท่านไปตลอดเจ้าค