่ะ”
“จริงนะ” ดูเหมือนเขาจะไม่เชื่อ
“จริงเจ้าค่ะ” หมิงเวยเอนศีรษะซบอกเขา “ท่านไม่ให้ข้าไปข้าก็ไม่ไป”
ในที่สุดหยางชูก็ถอนหายใจและนั่งลง คืนนี้พวกเขาไม่พูดอะไรเพียงแต่อยู่เป็นเพื่อนกันเงียบๆ จนถึงรุ่งเช้าก็ออกเดินทางกลับสู่จวนแม่ทัพ
…………
หยางชูที่กลับมายังจวนแม่ทัพฝ่ายซ้ายหมกตัวอยู่แต่ในห้องไม่ออกไปไหน
วันต่อมาเขาก็ประกาศออกมาว่าตนเองป่วย และต้องการพักฟื้น หลังจากนั้นสิบกว่าวันก็ไม่มีผู้ใดเห็นเงาของเขาเลย ตอนแรกจงรุ่ยรู้สึกผิดเล็กน้อยวันนั้นเขาไม่ควรทำให้อีกฝ่ายตกใจเลย
อยู่ไปอยู่มาเขาก็นึกขึ้นได้จึงถามบิดาของตนว่า “ท่านพ่อ เขาแกล้งป่วยหรือไม่”
จงซู่ปวดหัวกับความรู้สึกช้าของบุตรชายเขาถอนหายใจ “ตอนฆ่าคนไม่แม้แต่กะพริบตาแค่นี้มันจะทำให้ตกใจง่ายเช่นนั้นเลยหรือ”
“แล้วที่เขาไม่ไปจากที่นี่หมายความว่าอย่างไรคิดจะโกงเราหรือ”
จงซู่คิดแล้วตอบว่า “หากตลบหลังเราตอนนี้จะไม่เป็นผลดีต่อเขาที่ไม่ไปอาจเป็นเพราะไม่อยากไป”
“ไม่อยากไปงั้นหรือ แต่อยู่ที่นี่จะทำอะไรได้”
จงซู่เองก็คิดไม่ออก แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ไปพวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้! ไม่สามารถไล่อีกฝ่ายออกไปได้อยู่แล้ว
จงรุ่ยลังเลอยู่นานลดเสียงลงแล้วถามว่า “ท่านพ่อ ท่านว่าเขาจะไม่มีความคิดนั้นจริงๆ ใช่หรือไม่”
จงซู่ส่ายหน้า “จะบอกว่าไม่คิดเลยเกรงว่าคงเป็นไปไม่ได้ แต่วันนั้นเขาพูดไม่ผิด จวิ้นอ๋องทั้งสองล้วนมีตำแหน่งซึ่งเขาไม่มีทางทำสำเร็จอยู่แล้วยิ่งไปกว่านั้