ต่มือของเขากลับเลื่อนเข้าไปในเสื้อของนาง
หมิงเวยตบเขาเบาๆ แล้วร้องเสียงหลง “นี่เรียกว่าทำให้อุ่นขึ้นหรือ”
หยางชูยิ้มตาหยีแล้วยกตัวนางขึ้นมาทาบทับบนกายเขาใช้ผ้าห่มหนาห่มร่างของพวกเขาสองคนแล้วปลดเสื้อผ้าด้านในนั้น
ผ่านไปครู่หนึ่งลมหายใจของทั้งสองคนเริ่มหนักขึ้นหมิงเวยก็หน้าแดงกว่าเดิม และเห็นเหงื่อผุดที่หน้าผากของเขา
เขาโน้มตัวเข้ามาและหัวเราะเบาๆ “เห็นหรือยังว่าร้อนขึ้นแล้ว”
หมิงเวยกัดปากเขาต้องการจะตอบแต่พูดไม่ได้ ข้างนอกบ้านมีหิมะตกหนัก แต่ในเรือนกลับร้อนระอุ
หมิงเวยสูดหายใจเข้าลึกๆ และกล่าวหาเขา “เหตุใดท่าน…รุนแรงเช่นนี้”
หยางชูกัดติ่งหูของนาง และขอโทษอย่างไม่จริงใจเท่าไรนัก “ขอโทษ…ข้าจะเบาๆ ก็แล้วกัน” แต่กลับกลายเป็นว่าประโยคนี้เป็นเพียงคำพูดลมปาก…
เมื่อเห็นว่าเขาดูไม่จบไม่สิ้นหมิงเวยรู้สึกโกรธนิดหน่อย “ข้ายังต้องบำรุงร่างกาย บำรุงไปบำรุงมาผลลัพธ์ของยาทั้งหมดไปอยู่ที่ท่านหมดแล้ว”
หยางชูไร้ยางอาย “ข้างนอกหิมะตกถือว่าได้ฝึกกำลังกาย”
เห็นเขาดูไม่อยากพักผ่อนหมิงเวยรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว คนหนุ่มสาวนี่ไม่รู้จักประมาณตนเสียเลย หากยังไม่จนตรอกก็จะไม่หยุดแน่นอน
โชคดีที่มีเสียงมาจากด้านนอก “คุณชาย คุณชายจงมาเยี่ยมขอรับ”
หมิงเวยถอนหายใจด้วยความโล่งอกและผลักเขา “มีแขกมายังไม่จัดการตัวเองอีก”
หยางชูไม่พอใจ “ให้เขารอก่อน”
“รออะไรกันเจ้าคะ อยู่ในอาณาเขตของผู้อื่นยังมาวางมาดอีก รีบไปเร็ว!”
หย