จงซู่พูดว่า “หากคุณชายอยากอยู่ฟังที่นี่ไม่เป็นไรเพียงแต่การสอบสวนต้องใช้วิธีการพิเศษบางอย่าง ขั้นตอนอาจทำให้รู้สึกอึดอัดได้พวกท่านเตรียมตัวสักหน่อยก็ดี”
หยางชูพูดอย่างเกียจคร้าน “ข้าเคยรับผิดชอบหวงเฉิงซือมาก่อนวิธีการสอบสวนนี้เกรงว่าท่านแม่ทัพอาจไม่รู้ไปมากกว่าข้า ไม่ต้องมากพิธีเชิญได้เลย!”
จงซู่คิดตามแล้วก็เห็นว่าจริงอย่างที่อีกฝ่ายพูดจึงบอกจงรุ่ยให้เริ่มทำการสอบสวน
จงรุ่ยปลดพันธนาการบนปากของบุรุษชุดดำแล้วถามว่า “บอกมา! เจ้าเป็นคนของผู้ใดกันแน่”
ท่าทางของบุรุษชุดดำดูเหี่ยวเฉา และเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก เขาเงยหน้าขึ้นและเหลือบมองจงรุ่ยแล้วก้มหน้าลงอีกครั้ง จงรุ่ยถามอยู่หลายครั้ง แต่อีกฝ่ายไม่ตอบเสียที ดูเหมือนว่าหากไม่ลงโทษคงไม่ได้ จงรุ่ยตะโกนเรียกจากนั้นก็มีองครักษ์หลายคนเดินเข้ามา
พวกเขานำเก้าอี้ยาวออกมาแล้วนำศีรษะของบุรุษชุดดำวางพาดไปบนนั้น จากนั้นก็ยกถังน้ำขึ้น
เมื่อจงรุ่ยบอกเริ่มองครักษ์นำผ้าเปียกคลุมหน้าบุรุษชุดดำไว้จากนั้นจึงตักน้ำขึ้นแล้วเทลงไปอย่างต่อเนื่อง
ผ่านไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าเป็นเวลาสมควรแล้วองครักษ์หยุดสาดน้ำแล้วดึงผ้าเปียกออก
จงรุ่ยคุกเข่าลง “บอกได้หรือยัง” บุรุษชุดดำไอสำลักออกมา แต่ยังคงไม่พูดอะไร
จงรุ่ยโบกมือ “ทำต่อไป”
การทรมานด้วยน้ำไม่มีการนองเลือด แต่เป็นการทรมานที่โหดเหี้ยมจริงๆ คนต่างดิ้นรนอยู่ระหว่างความเป็น และความตาย อากาศที่ใช้หายใจค่อยๆ หายไป ผ้าเปียกป