ูดเช่นนั้นไปเพราะคำพูดที่ว่าถอยออกมาก่อนเพื่อเอาตัวรอดของแม่ทัพจง แค่เกรงว่าพวกท่านจะเอาศีรษะข้าไปแลกกับความไว้ใจของคนผู้นั้น เช่นนั้นข้าจะเสียเปรียบอย่างมากจึงใช้คำพูดนี้สกัดท่านไว้ก่อนเพื่อให้พวกท่านมอบความเมตตาช่วยข้าปกปิดเรื่องนี้ด้วย เช่นนั้นแม้ว่าคนของหลิ่วหยางจวิ้นอ๋องจะเล่นกลอุบายข้าก็จะไม่อยู่ตัวคนเดียว เช่นนั้นแม่ทัพจงคำขอนี้ของข้าคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงของท่านใช่หรือไม่”
จงซู่ครุ่นคิดเป็นเวลานาน และพยักหน้าช้าๆ “ภาระหน้าที่ของพวกเราตระกูลจงมีค่าต่อใต้หล้าในเมื่อคุณชายหยางไม่มีความคิดเช่นนั้นเรื่องนี้พวกเราไม่ปากมากอยู่แล้ว”
หยางชูยิ้ม “เช่นนั้นถือว่าพวกเราตกลงกันเรียบร้อย เรื่องในคืนนี้ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น หากพวกเขาปล่อยข่าวลือออกไปจริงๆ ท่านแม่ทัพต้องช่วยข้าด้วย”
“แน่นอนอยู่แล้ว การช่วยคุณชายหยางก็เหมือนกับการช่วยตนเอง”
“หนึ่งคำหลุดจากปาก[1]”
“สี่ม้ายากตามกลับคืน”
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์จงซู่ประสานมือ “คุณชายหยางเชิญกลับไปพักผ่อนที่ค่ายเถิด”
“ขอบคุณท่านมาก” และทุกคนก็เดินทางกลับค่าย
หยางชูเข้าไปในค่ายและไล่คนอื่นออกไปเหลือเพียงหมิงเวยและหนิงซิว
หมิงเวยนั่งลงจิบชาแล้วพูดว่า “ท่านเป็นจอมโกหกจริงๆ”
หยางชูทำหน้าไร้เดียงสา “ข้าโกหกตรงไหนที่พูดมาเป็นความจริงทั้งหมดไม่ใช่หรือ”
หมิงเวยเหลือบมองที่เขา และพูดคำพูดของจงซู่ขึ้นมาอีกครั้ง “ในเมื่อต้องการรักษาความลับเหมือนกันสอง