ประหารทั้งครอบครัวเพราะเขาพบหลักฐานการก่ออาชญากรรม พวกท่านยังคิดว่าเขามีเมตตาอีกหรือ!”
“หุบปาก!” จงซู่ตะโกน “จนถึงตอนนี้ท่านยังกล้าพูดเรื่องไร้สาระอยู่อีก”
บุรุษชุดดำยิ้ม “ข้าพูดเรื่องไร้สาระอยู่หรือไม่ แม่ทัพจงตัวท่านในตอนนี้ไม่ได้ช่วยอะไรในสถานการณ์ของท่านเลย เมื่อครู่ข้าโกหกคุณชายหยางตอนนี้เขาคงตายภายใต้ลูกธนูไปแล้ว สถานการณ์ของพวกท่านตระกูลจงถูกกำหนดไว้ที่นี่ ท่านยังต้องการทะเลาะต่ออีกหรือ”
เมื่อเห็นแววตาของจงซู่เป็นประกายโกรธเกรี้ยว แต่ทำอะไรไม่ได้ บุรุษชุดดำยิ่งหัวเราะอย่างมีความสุข
ท่ามกลางเสียงหัวเราะเสียงกีบม้าก็เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ และคนอีกกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามา
บุรุษชุดดำพูดอย่างดูถูก “พวกท่านมีจำนวนคนมากกว่านี้แล้วอย่างไร ข้าเตรียมทางหนีทีไล่ที่ด้านนอกไว้นานแล้วถึงท่านจะฆ่าข้าก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของท่านได้ คุณชายหยางตายแล้วพวกท่านหมดทางรอดแล้ว!”
“งั้นหรือ” หลังจากเสียงเท้าม้าก็มีเสียงที่เขาคาดไม่ถึงดังขึ้น “ท่านหลิน ท่านบอกว่าผู้ใดหมดทางรอดแล้วกัน” บุรุษชุดดำตกใจเขาหันไปมอง
คบเพลิงแต่ละดวงส่องถนนบนภูเขาให้สว่างไสวราวกับกลางวัน หยางชูที่ขี่ม้าว่างหยุนจุ่ยปรากฏตัวขึ้นในสายตาของเขา และพยักหน้าให้เขาด้วยรอยยิ้ม
“ที่แท้ท่านก็เป็นคนของหลิ่วหยางจวิ้นอ๋องหมายความว่าเป็นคนที่เหลืออยู่ของจิ้นอ๋องใช่หรือไม่ ไม่น่าแปลกใจที่พูดเรื่องของสำนักชิงหยุนได้แนบเนียนเพียงนี้”
บุ