งมาทางนี้
เมื่อนางเข้ามาใกล้ทำให้ทหารของจงรุ่ยไม่รู้จะทำอย่างไรดีจึงทำได้เพียงเดินตามนางกลับมารอนางชะลอความเร็วลงค่อยหยุดนาง
หมิงเวยไม่ได้ให้โอกาสพวกเขานางตะโกนขึ้นโดยไม่ชะลอฝีเท้า “คุณชายจง ข้ามีเรื่องจะคุยด้วย!”
จงรุ่ยยกมือห้ามทหารของตนด้วยท่าทีเคร่งขรึม พริบตาเดียวหมิงเวยก็มาหยุดตรงหน้าเขาแล้ว นางดึงบังเหียนอย่างแรงสั่งม้าให้หยุดลง
จงรุ่ยตะโกนขึ้นในใจว่างดงามมากเขามองม้าสิงโตหยกที่นางขี่อย่างอิจฉา นี่เป็นสัตว์ชั้นเยี่ยม! เขารู้ว่าจวนโป๋วหลิงโหวมีม้าสำหรับขี่เช่นนี้อยู่หนึ่งตัว แต่เขาไม่คิดว่าคุณชายหยางจะเต็มใจยกให้นางขี่ เขาช่างหลงสตรีอย่างหัวปักหัวปำจริงๆ! ไม่รู้ว่าท่านพ่อจะให้ความสำคัญอะไรเขาเพียงนั้น
“คุณชายจง” หมิงเวยเปิดปากพูด “ท่านว่าคนลอบซุ่มโจมตีอยู่แถวนี้ใช่หรือไม่”
จงรุ่ยตกใจ แต่ใบหน้าของเขายังดูสงบ “แม่นางหมายความว่าอย่างไร พวกเราตระกูลจงรังเกียจกลอุบายเช่นนี้แน่นอนว่าการแข่งขันยุติธรรมกว่า!”
หมิงเวยพูด “การแข่งขันมีความสำคัญอย่างไรท่านส่งคนซุ่มโจมตีไม่ใช่เพื่อลอบทำร้ายเขา แต่กลัวว่าเขาจะถูกลอบทำร้ายใช่หรือไม่”
จงรุ่ยตกตะลึงเมื่อไตร่ตรองคำพูดของนาง และเห็นสายตาของนางเหมือนมีเรื่องบางอย่างจะบอกเขาจึงโบกมือสั่งการทหารของตน
“พวกเจ้าถอยออกไป”
“คุณชายใหญ่ขอรับ” องครักษ์ลังเล ตอนนี้ยังอยู่ในการแข่งขันหากระหว่างการฝึกซ้อมถูกโจมตีเข้าก็ถือว่าพ่ายแพ้
จงรุ่ยโบกมืออย่างหมดความอด