ทน “ข้าบอกให้ถอยก็ถอยไปไง”
“ขอรับ” องครักษ์ทำได้เพียงเชื่อฟังคำสั่ง รอจนพวกเขาถอยออกไป จงรุ่ยก็ถามขึ้น “แม่นางหมายความว่าอย่างไร”
หมิงเวยยิ้ม “คุณชายจงน่าจะรู้ดีกว่าข้า สำหรับพวกท่านแล้วผลลัพธ์ของการฝึกซ้อมครั้งนี้แพ้ชนะไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือต้องไม่ให้เขาเกิดปัญหาขึ้นที่นี่ใช่หรือไม่”
“แม่นาง ท่าน…”
หมิงเวยขัดจังหวะเขา “คุณชายจงท่านคิดว่าที่ข้าขี่ม้ามาผู้เดียวเช่นนี้ วิ่งมาเช่นนี้จะไม่มีเรื่องสำคัญหรือ ตอนนี้สถานการณ์เร่งด่วนจริงๆ จึงทำเป็นปิดหูปิดตาไม่ได้”
จงรุ่ยคิดในใจว่าคุณชายหยางเต็มใจส่งม้าสิงโตหยกให้เช่นนี้ แม่นางผู้นี้คงมีความสำคัญมากจริงๆ แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่านางไม่ใช่สตรีอ่อนแอ แต่หากไม่ใช่สถานการณ์ฉุกเฉิน คุณชายหยางคงไม่ยอมปล่อยนางออกมาเสี่ยงเช่นนี้
“เชิญแม่นางพูดมาได้เลย”
“มีกองกำลังอื่นซ่อนอยู่ในจวนของท่าน พวกเราแน่ใจในเรื่องนี้แล้วเพราะเมื่อครู่พวกเราถูกพวกเขาโจมตี”
เมื่อเห็นท่าทางที่สงบของจงรุ่ยหมิงเวยจึงรู้ว่าเขารู้เรื่องราวภายในเป็นอย่างดีจึงพูดต่อว่า “คุณชายจงดูไม่เดือดร้อนใจเพราะได้ส่งคนติดตามไปใช่หรือไม่” เมื่อเห็นแววตาอีกฝ่ายเคลื่อนไหวเล็กน้อยหมิงเวยจึงคาดเดาต่อไป
“สามารถทำให้ท่านวางใจได้เช่นนี้ ผู้ที่ติดตามไปเป็นแม่ทัพจงใช่หรือไม่” จงรุ่ยมองนางด้วยสีหน้าคาดไม่ถึง
หมิงเวยยิ้ม “ดูเหมือนว่าข้าจะเดาถูก”
จงรุ่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วยิ้ม “ในเมื่อแม่นางรู้