กที่ซุ่มซ่อนอยู่ใต้ใบไม้ที่ร่วงหล่น
ในเวลาเดียวกันก็มีลูกธนูมากมายพุ่งตรงเข้ามา แม้ว่าจำนวนองครักษ์ของหยางชูจะน้อยมาก แต่ก็มีอาวุธครบครัน
เมื่อเห็นลูกศรที่แหลมคมมีคนควบม้าถอยหลังมีคนเร่งม้าให้ก้าวไปข้างหน้าใช้โล่เถาวัลย์ที่พกติดหลังย้ายมาไว้ข้างหน้าแทน
“ฉึกๆ!” เสียงไม่มีที่สิ้นสุดผสมกับเสียงร้องของม้า
หลังการโจมตีของธนูนั้นผ่านพ้นไปไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่ม้าบางตัวโชคไม่ดีถูกยิงเข้าที่ขา
หยางชูเห็นพื้นดินหดตัวม้าเดินโซเซอยู่บนพื้นก็ตะโกนขึ้นทันทีว่า “ลงจากม้า!”
“ขอรับ!” ทุกคนตอบรับและละทิ้งม้าพร้อมกัน
หลังการโจมตีของธนูรอบสองอีกฝ่ายที่ลูกธนูหมดแล้วก็หมุนตัวหนีไป นิ้วของอาสวนคลายออกพร้อมกับลูกธนูที่พุ่งออกไป
“ฉึก!” เสียงธนูแทงเข้าที่ด้านหลังของอีกฝ่ายจนเสียชีวิต
“ติงๆ” บนต้นไม้หนิงซิวยังคงเล่นกู่ฉินอยู่ด้วยเสียงกู่ฉินที่แผ่วเบาและยาวนาน เขาถูกบังคับให้เล่นการโจมตีที่รุนแรงอย่างดุเดือด จุดที่น่าสงสัยท่ามกลางกลิ่นอายนั้นค่อยๆ ถูกเปิดเผยออกมา
เมื่อเห็นว่าคู่ต่อสู้ไม่สามารถปกปิดได้จึงทำการเคลื่อนไหวค่ายกลใหญ่
เมื่อได้ยินเสียงดังก้องในหูหยางชูจึงเงยหน้าขึ้นมองสองข้างทางมีหินที่สูงกว่าคนกลิ้งลงมาตามดินถล่มหลายก้อน
เขาตะโกนทันที “แยกแถว! ป้องกันตนเอง”
“ขอรับ!” เหล่าขุนศึกแยกย้ายกันไปทันทีพวกเขาแบ่งออกเป็นสองกลุ่มเพื่อหลบเลี่ยง
ภายใต้หินกลิ้งลงมามันไม่มีประโยชน์ที่จะรักษากระบวนแถวต่อสู้อ