ีกต่อไป โชคดีที่ขุนศึกตระกูลหยางไม่เพียงแต่ฝึกฝน แต่พวกเขายังมีกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องในการจัดการกับสถานการณ์ปัจจุบัน
หยางชูมั่นใจมากว่าขุนศึกของเขาทั้งหมดเป็นยอดฝีมือถึงแม้จะแยกจากกัน แต่ก็ไม่สามารถถูกกำจัดตามอำเภอใจได้ แน่นอนว่าอาสวนคอยอารักขาข้างกายเขา
เพื่อหลีกเลี่ยงก้อนหินที่กลิ้งลงมาพวกเขาจึงไถลตัวลงมาตามทางลาดเมื่อพวกเขาลุกขึ้นอีกครั้งก็พบว่าทิวทัศน์โดยรอบเปลี่ยนไป เมื่อปีนกลับขึ้นมาสิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่เส้นทางเล็กๆ บนภูเขาที่เดิม แต่เป็นหุบเขา เสียงกู่ฉินของหนิงซิวยังคงอยู่ แต่เสียงนั้นดูแผ่วเบาและห่างไกลออกไปในบางครั้ง
“คุณชายขอรับ” อาสวนตกตะลึง “พวกเราจะทำอย่างไรดีขอรับ”
หยางชูเอื้อมมือไปจับของสิ่งหนึ่งแล้วมองไปรอบๆ แล้วจู่ๆ เขาก็หัวเราะขึ้นมา และตะโกนเสียงดัง “ท่านลงแรงไปมากเช่นนี้คิดจะทำอะไรพูดออกมาให้ชัดเจนเลยดีกว่า! เสียเวลาไปเช่นนี้ ข้าตกที่นั่งลำบากพวกท่านเองก็ไม่ต่างกัน!”
ผ่านไปสักพักก็มีเสียงตอบกลับมาว่า “ใครๆ ต่างก็บอกว่าคุณชายสามตระกูลหยางเป็นผู้ดีทำตัวไร้สาระช่างมีตาหามีแววไม่จริงๆ”
หยางชูหันไปตามเสียง และเห็นว่าที่ทางด้านขวาของยอดเขามีคนผู้หนึ่งกำลังเดินมาอย่างช้าๆ บุคคลนี้แต่งกายด้วยชุดคลุมสีดำเรียบง่าย ผมปล่อยยาวสยาย แต่ละย่างก้าวที่เดินดูสงบใจเย็น
เมื่อมองดูใกล้ๆ เห็นว่าเขาดูปกติ ใบหน้าไร้ริ้วรอยไว้เครายาวหนึ่งชุ่นบนใบหน้าทำให้คาดเดาอายุไม่ออก น่าจะอายุสามสิบ