่าให้หลานขอคำแนะนำจากพี่จงดีๆ หรือ” จงซู่ตกตะลึงไปครู่หนึ่งไม่ได้คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับอย่างรวดเร็วเช่นนี้แล้วยังเรียกเขาว่าท่านอาทันทีอีก
อย่างไรก็ตามก็พูดออกไปแล้วจะไม่ยอมรับได้อย่างไรจึงตอบด้วยรอยยิ้ม “เจ้าคิดเช่นนั้นก็ดีแล้วอย่าสนใจผลลัพธ์มากเกินไปเลยไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ อย่างไรก็ต้องให้เด็กนี่ขอโทษเจ้าอยู่ดี ครั้งนี้ถือว่าพวกเจ้าขอคำแนะนำ และเรียนรู้ซึ่งกันและกันมีการเรียนรู้แล้วนำมาแก้ไขก็ดีแล้ว” จากนั้นเขาก็พูดให้กำลังใจแล้วยังรั้งให้เขาอยู่ทานอาหารด้วยกันจากนั้นก็ส่งเขากลับอย่างสุภาพ
ทันทีที่หยางชูจากไปจงรุ่ยแทบรอไม่ไหว “ท่านพ่อเหตุใดต้องเกรงใจเขาเพียงนั้นด้วย หรือท่านคิดว่าลูกจะแพ้เขางั้นหรือ”
ทันทีที่เขาพูดจบก็ถูกดีดที่หน้าผากท่าทีเมตตาของจงซู่เมื่อครู่นี้หายไปทันทีเขาจ้องลูกชายของตนเขม็ง “เจ้ายังกล้าพูดเช่นนี้กับข้าอีกหรือ ก่อนข้าออกไปเจ้าพูดว่าอย่างไร ตบอกบอกเป็นมั่นเหมาะว่าจะจบเรื่องนี้ดีๆ ผลลัพธ์เป็นอย่างไร คิดเป็นตุเป็นตะว่าจะฝึกซ้อมรู้ผลแพ้ชนะก่อเรื่องจนข้าลาดตระเวนชายแดนต่อไปไม่ไหวจนต้องรีบกลับมา”
จงรุ่ยถูกอีกฝ่ายตบจนมึนงงเขาประท้วงออกไปว่า “ฝึกซ้อมอะไรกันลูกมั่นใจว่าเอาชนะเขาได้!”
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ” จงซู่เยาะเย้ยลูกชายที่โง่เขลาของเขา
“จากนั้น…” จงรุ่ยชะงักไปชั่วครู่ จริงสิแล้วหลังจากนั้นล่ะ พวกเขาพาหยางชูมาที่นี่ไม่ใช่เพื่อเอาชนะเขา แต่เพื่อหยั่งเชิง…
“รู้หรื