ต่น่าเสียดายที่ไม่เคยเห็นในเมื่อมาเยือนกองทัพฝ่ายซ้ายแล้วจะไม่เปิดหูเปิดตากับกองทัพที่แข็งแกร่งอันดับหนึ่งของต้าฉีได้อย่างไร”
จงรุ่ยส่ายหน้า “คุณชายหยาง ประลองที่สนามก็เพียงพอแล้วหากเป็นการฝึกซ้อมนั่นเป็นการเอาเปรียบท่าน ขุนศึกตระกูลหยางยอดเยี่ยมนัก แต่ไม่ได้เข้าร่วมกองทัพมาหลายปีจะสู้พวกเราที่เข้าร่วมสนามรบเป็นครั้งคราวได้อย่างไรกัน เรื่องการต่อสู้ไม่ใช่เรื่องวางแผนการรบบนกระดาษ[1]”
หยางชูเหล่มองเขา “ท่านกำลังดูถูกข้าหรือ”
“ไม่ใช่ ข้า…”
“แล้วทำไมถึงตอบรับไม่ได้ เหล่าขุนศึกของข้าก็ต่อสู้มามากไม่น้อยไปกว่าพวกท่าน แต่คนที่สามารถอยู่เคียงข้างข้าได้ล้วนมีประสบการณ์ในกองทัพ ท่านดูถูกพวกเขาหรือ”
พูดแค่นั้นก็ถือว่าเป็นอันจบ แต่เขากลับพูดเสริมว่า “หรือว่าคุณชายใหญ่กลัวเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด หากกองทัพฝ่ายซ้ายผู้ไร้เทียมทานของท่านพ่ายแพ้ขุนศึกของข้าขึ้นมาคงทำหน้าไม่ถูกใช่หรือไม่”
ไฟที่อกของจงรุ่ยลุกไหม้ทันที ทุกคนล้วนเป็นหนุ่มวัยฉกรรจ์ไหนเลยจะทนการยั่วยุได้จึงพูดขึ้นว่า “ได้! ในเมื่อคุณชายหยางต้องการเช่นนั้นข้าก็ยอมรับ ไม่ปฏิเสธความปรารถนาดีของท่าน การฝึกซ้อมครั้งหน้าคือสิบวันหลังจากนี้เมื่อถึงเวลานั้นท่านจะได้เห็นบทเรียนของจริง!” พูดจบจงรุ่ยก็เดินออกไปด้วยท่าทางโกรธจัด
หมิงเวยเดินออกมาจากห้องและถามเขาว่า “เหตุใดถึงเลือกช่วงเวลาฝึกซ้อมที่คุณชายใหญ่จงพูดมาก็ไม่ผิด พวกเขาต่อสู้มามากในเรื่องนี้