ถูก และเขาพูดทีละคำ “ผู้ที่ยั่วยุก่อนผิดเสมอ!”
“ท่าน…” จงรุ่ยลุกขึ้นยืนทันที และพูดอย่างเย็นชาว่า “ได้! ในเมื่อคุณชายหยางมั่นใจเพียงนั้น พวกเรามาแสดงความสามารถแทนคำพูดกันเถอะ! ข้าไม่รังแกผู้อื่นท่านพามากี่คนข้าก็จะเลือกจำนวนเท่านั้นพวกเรามาแสดงฝีมือที่สนามฝึกกัน! หากท่านชนะหลังจากนี้เรื่องปราบปรามกลุ่มโจรหากพวกเรากองทัพฝ่ายซ้ายพบขุนศึกตระกูลหยางเมื่อไรจะหลีกทางให้! หากข้าชนะต้องขออภัยด้วย แต่ขอเชิญคุณชายหยางมาทางไหนกลับไปทางนั้นทำหน้าที่ดูแลสนามเลี้ยงม้าของตนเองให้ดี ห้ามยื่นมือมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของผู้อื่น!”
เมื่อฟังคำพูดที่รุนแรงนี้หยางชูก็นั่งลง และพูดเบาๆ ว่า “บอกกันแต่แรกไม่ดีกว่าหรือ จะอ้อมไปทำไมกัน เวลา สถานที่ท่านแจ้งมาได้เลย รีบทำธุระให้มันจบๆ ข้าจะได้กลับเกาถางเสียทีอากาศเย็นเช่นนี้คิดว่าออกเดินทางง่ายนักหรือ”
“…” จงรุ่ยสูดหายใจเข้าและกัดฟัน “เวลาตามใจท่าน สถานที่ท่านเลือกมาได้เลย ข้าเอาเปรียบเรื่องสนามหลักแล้วที่เหลือให้คุณชายเป็นคนตัดสินใจ!”
“น่าสนใจ” หยางชูเอียงศีรษะครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ข้าจำได้ว่ากองทัพซีเป่ยของพวกท่านจะมีการฝึกซ้อมทุกเดือน”
นี่เป็นประเพณีเก่าแก่ของกองทัพซีเป่ยเพื่อรักษาความแข็งแกร่งในการต่อสู้ พวกเขาจะถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งเพื่อทำการฝึกซ้อมทุกเดือน แม้แต่ในฤดูหนาวก็ไม่เว้น
จงรุ่ยมองเขาอย่างลังเล “ใช่ หรือว่าท่านคิดจะ…”
“ข้าได้ยินเรื่องนี้มานานแล้ว แ