่อยู่ในการต่อสู้มาอย่างยาวนานจะหวาดกลัวได้อย่างไร จงรุ่ยพูดข่มขู่ด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นว่า
“คุณชายหยางคิดจะลงมืองั้นหรือ ที่นี่คือสถานที่ใดพวกท่านควรพิจารณาไตร่ตรองดูก่อน”
หยางชูแค่นหัวเราะ “คนของตระกูลจงยื่นมือเข้ามายุ่งกับคนของข้า ยังมีอะไรให้ต้องพิจารณาอีก ที่นี่เป็นจวนแม่ทัพแล้วอย่างไรการจัดการกับท่านคิดว่าพวกเขาไม่กล้างั้นหรือ”
สีหน้าของจงรุ่ยมืดครึ้มเขาไม่คาดคิดว่าหยางชูจะพาลเช่นนี้ แต่เมื่อคิดอย่างรอบคอบแล้วเรื่องนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย เพื่อแสดงความจริงใจคนของเขาจึงรออยู่ข้างนอกมีเพียงเขาและหยางชูเท่านั้นที่อยู่ในห้อง ก่อนหน้านี้จงรุ่ยไม่คิดว่าตนเองจะพ่ายแพ้ให้แก่หยางชู แต่หลังจากได้รับข้อมูลจากที่เป่ยเทียนเหมิน เขาไม่กล้าพูดได้เต็มปากว่าจะชนะได้
กล้าโจมตีต่อหน้ากองทัพหูเหรินจนอีกฝ่ายล่าถอยไปคุณชายหยางตรงหน้านี้ดูเจ้าสำราญ แต่ก็เป็นยอดฝืมือของแท้อย่างสมน้ำสมเนื้อ
จงรุ่ยระงับอารมณ์และพูดว่า “ที่ข้าเชิญคุณชายหยางมา ความตั้งใจเดิมคือการแก้ไขปัญหานี้ หากคุณชายหยางมีความคิดเช่นนี้ ท่านไม่อยากคุยกันดีๆ แล้วหรือ”
หยางชูโบกพัดอย่างพาลๆ “ผู้ใดรังแกผู้ใดก่อนกันแน่ ข้ามีความสุขอยู่ที่เกาถางอยู่ดีๆ เป็นพวกท่านที่จับคนของข้ามาคิดว่าข้าว่างเพียงนั้นหรือ คุณชายจงมีคำกล่าวในแวดวงในเมืองหลวงว่าท่านยังอายุน้อยอาจไม่เคยได้ยินวันนี้ข้าจะสอนท่านเอง”
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยแววตาฉายแววดู