าพวกเขาไม่ไว้วางใจเรา”
บุรุษลึกลับกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “เรื่องนี้ยังต้องพูดอีกหรือ เมื่อเรื่องนี้จบลง ตระกูลจงอย่างไรเสียก็อยู่ไม่ได้ จดหมายลับของข้าถูกส่งไปหาเหลียงจางแล้ว ข้าเชื่อว่าเขาต้องมีความสุขที่จะได้มาแทนที่ตระกูลจงเป็นแน่”
“แผนทุกอย่างวางแผนมาอย่างดีอย่าให้พลาดล่ะ”
……….
อีกด้านหนึ่งหยางชูพาหนิงซิวกลับไปยังเรือนรับรอง เมื่อเห็นทั้งสองคนเดินเข้ามา หมิงเวยพยักหน้าหมายความว่านางได้ตรวจสอบที่นี่แล้วสามารถพูดคุยได้อย่างวางใจ
หยางชูถาม “ศิษย์พี่ ตระกูลจงไม่ได้พาท่านไปทำอะไรใช่หรือไม่”
“ไม่มี” หนิงซิวชะงักแล้วพูดว่า “เดิมทีข้าไม่อยากให้เจ้ามา แต่ข้าหนีไปได้ แต่คนอื่นหนีไม่ไหวครั้งนี้อย่างไรก็หนีไม่พ้นเลยปล่อยให้เจ้ามาดีกว่า”
หยางชูจับประเด็นได้ “ท่านคิดว่าเรื่องนี้มีปัญหาหรือ”
หนิงซิวพยักหน้าช้าๆ “มีคนจงใจล่อเจ้าให้มาหา”
“ฟังที่ท่านพูดแล้วท่านไม่ได้หมายถึงตระกูลจง”
“เป็นตระกูลจง แต่ยังมีผู้อื่นอีก” หนิงซิวพูด “หลายวันมานี้ที่ข้าอยู่ในตระกูลจงสัมผัสได้ว่าในเรือนนี้มีเสวียนชื่อฝีมือไม่ธรรมดาทีเดียว”
“เจตนาดีหรือประสงค์ร้ายกัน”
“เขาไม่เคยปรากฏตัว” หยางชูเคาะโต๊ะครุ่นคิดอย่างรอบคอบ
“ข้าพูดเช่นนั้นไป แต่จงรุ่ยกลับไม่โกรธ เห็นได้ชัดว่าที่พวกเราคาดเดามานั้นถูกต้อง เขาต้องการล่อข้ามาโดยมีการวางแผนเอาไว้แล้ว แต่จะเป็นแผนอะไรเล่า”
นอกจากความลับเรื่องชาติกำเนิดแล้วเขาไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องให