้ตระกูลจงรู้เลย แต่เสวียนชื่อลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่ในตระกูลจงนั้นหมายความว่าอย่างไรกัน
ในตอนนั้นเองเสียงของอาสวนดังมาจากด้านนอก “คุณชาย บ่าวรับใช้ตระกูลจงส่งอาหารเย็นมาให้ขอรับ บอกว่าคุณชายใหญ่เห็นว่าเมื่อครู่ท่านไม่ได้ทานอะไรมากกังวลว่าท่านจะทานไม่อิ่ม”
หมิงเวยยิ้มบางๆ “ช่างเป็นการต้อนรับที่อบอุ่นเสียจริง! ในเมื่อตระกูลจงล่อท่านมาเช่นนั้นพวกเราก็รอดูบทละครว่าจะเป็นเรื่องเด็กกำพร้าตระกูลเจ้า[1]หรือภาพวาดบนหนังคน”
……….
เช้าวันรุ่งขึ้นจงรุ่ยมาพบหยางชูด้วยตนเอง ผู้ใดจะรู้ว่าเขานั่งดื่มชานอกเรือนจนหมดกาแล้ว สายตาทอดมองดูพระอาทิตย์ขึ้น และมีเพียงการเคลื่อนไหวเล็กน้อยจากด้านใน คุณชายหยางแต่งตัวเรียบร้อยเขาเดินหาวออกมาใบหน้างดงามดั่งดอกท้อ ท้องฟ้าแจ่มใส
“อรุณสวัสดิ์!” เขาทักทายอย่างสบายๆ และนั่งลงบนเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน
ในขณะที่จงรุ่ยกำลังจะพูดก็มีสาวใช้นางหนึ่งเดินออกไปอย่างรวดเร็วนางโค้งคำนับแล้วยื่นหยกแขวนมาให้
“คุณชาย แม่นางหมิงให้บ่าวนำสิ่งนี้มาให้เจ้าค่ะ”
“อ้อ” หยางชูรับมันมาแต่โดยดี เขาผูกหยกแขวนไว้ที่เอวแล้วถามจงรุ่ยว่า
“คุณชายใหญ่มาแต่เช้าเช่นนี้มีเรื่องอะไรหรือ”
จงรุ่ยมองมือของเขา ข้อนิ้วเรียวยาว ผิวขาวใส ที่ปลายนิ้วมีสีแดงเล็กน้อยซึ่งเห็นได้ชัดเป็นพิเศษ นอกจากนี้สาวใช้พูดถึงแม่นางหมิงออกมาชัดเจนว่าก่อนหน้านี้เขากำลังทำอะไรอยู่
จงรุ่ยขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว เขาเองก็เป็นบุตรชายตระกูล