ขุนนาง ในฐานะบุตรชายคนโตจึงแต่งภรรยามานานแล้ว และเนื่องจากครอบครัวของเขาไม่สามารถออกจากเมืองหลวงได้เขาจึงมีอนุภรรยาอยู่ข้างกายสองนางซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องน่าเกลียดอะไร
แต่ในอาณาเขตของผู้อื่นในขณะที่อีกฝ่ายมีเจตนาที่ไม่ชัดเจนยังคงดื่มด่ำกับความงามของสตรีดูเหมือนจะไม่เหมาะเท่าไรนัก
“คุณชายหยางมาที่ไป๋เหมินเซี่ยอย่างยากลำบากข้าจึงอยากสร้างมิตรภาพด้วยการพาท่านเดินชมรอบๆ ที่แห่งนี้”
“ดูการฝึกทหารของพวกท่านงั้นหรือ”
หยางชูพูดอย่างสบายๆ ไม่คิดว่าจงรุ่ยจะคิดจริงจัง “พวกเรากำลังจะไปที่ค่ายทหาร ช่วงเวลาฝึกได้ผ่านไปแล้วเช่นนั้นเป็นพรุ่งนี้ดีหรือไม่”
“ข้าแค่พูดไปอย่างนั้นแหละ” หยางชูพูดอย่างเกียจคร้าน “เดินทางไกลมาทั้งทีจะให้มาดูกลุ่มชายฉกรรจ์ ข้าไม่ได้ผิดปกตินะ!”
“…” จงรุ่ยถามอย่างไม่มั่นใจ “เช่นนั้นสตรีดีหรือไม่”
หยางชูมีสีหน้าหลงใหล แต่เขาก็เปลี่ยนสีหน้ากลับมาปกติอย่างรวดเร็ว “ก็ไม่มีอะไรน่าดูอยู่ดี”
อ้อ จงรุ่ยเหลือบมองไปยังเรือนข้างๆ แต่เขาไม่รู้จะพูดเรื่องอะไรต่อจะทำอย่างไรดี
จงรุ่ยครุ่นคิดสุดท้ายจึงทำได้เพียงหงายไพ่ออกมา
“ข้าอยากคุยกับคุณชายหยางเกี่ยวกับศิษย์พี่ของท่าน พวกเราอยู่ที่ซีเป่ย หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดความขัดแย้งกัน มาคุยกันก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคตจะดีกว่า ท่านคิดว่าอย่างไร”
หยางชูจิบชาช้าๆ และมองเขาด้วยรอยยิ้มจางๆ “คุณชายใหญ่ในที่สุดท่านก็คิดออกแล้วหรือ”
…………
[1] เ