นเล่า” พ่อค้าผู้นั้นกำเริบเสิบสานกว่าเดิม “พวกเราวิ่งในซีเป่ยตลอดทั้งปีทุกคนต่างรู้คำตอบอยู่แก่ใจ ตระกูลจงเป็นขุนนางผู้ซื่อสัตย์ แต่เขาได้รับผลประโยชน์มากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา! ฝ่าบาทให้คำชมเชยเป็นครั้งคราวทุกปีแค่นี้ยังไม่เพียงพอหรือ เป็นเพราะตนเองมีความดีความชอบถึงรังแกผู้อื่นได้หรือ การที่พวกเขาเย่อหยิ่งไม่ใช่วันสองวันแล้ว…”
“เอ่อ ก็จริง…” พ่อค้าผู้นั้นยังไม่สะใจคุยกับคนนี้เสร็จก็ไปคุยกับผู้อื่นต่อ
ส่งผลให้ข่าวกระจายไปทั่วทั้งตลาดอย่างรวดเร็วพวกพ่อค้ากระจายตัวไปทั้งเหนือใต้เชื่อว่าในไม่ช้าข่าวนี้จะแพร่กระจายไปทั่วทั้งซีเป่ย หรือแม้กระทั่งในเมืองหลวง
ในตอนค่ำพ่อค้าคนนั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าเดินตามบ่าวรับใช้ผ่านประตูข้างเข้ามาในเมือง และตรงไปยังจวนเจ้าเมือง
เมื่อเห็นหยางชูและหมิงเวยเขาก็ดึงใบหน้าปลอมออกเผยให้เห็นใบหน้าของโหวเหลียง เขาก้าวเข้าไปหาเพื่อขอรับความดีความชอบ
“คุณชาย แม่นางหมิง ข้าน้อยปฏิบัติภารกิจลุล่วงแล้วหลังจากวันนี้ข่าวการรังแกของตระกูลจงจะแพร่กระจายไปทั่วใต้หล้า คุณชายสามารถเดินทางไปเพื่อขอคำอธิบายได้เลยขอรับ!”
หยางชูหันหน้าไปสั่งการ “อาสวน พรุ่งนี้เตรียมออกเดินทาง”
“ขอรับ”
การพบตระกูลจงเป็นเรื่องที่ปิดบังไม่ได้อยู่แล้วหยางชูรู้ดีว่าตระกูลจงเป็นเป้าหมายหลักของหวงเฉิงซือ เมื่อเขาไปพบตระกูลจงแล้วสายลับจะรายงานเรื่องนี้ต่อฝ่าบาทแน่นอน
ในเมื่อไม่มีทางพบเจอแบบเงียบๆ ได้เช่น