ูจับมือนางเสียงของเขาสั่นเล็กน้อย “ท่านพูดจริงหรือ”
“มีครั้งใดที่ข้าพูดไม่จริงบ้าง หรือท่านไม่กล้าเล่า” เมื่อนางพูดจบร่างของนางก็ลอยขึ้น เป็นหยางชูที่อุ้มนางและเดินไปที่เตียง เขาโยนหมิงเวยลงบนเตียงแล้วคลานตามขึ้นไปพลางกัดฟันพูดว่า
“เตียงนี้จะไม่มีวันพัง!”
หลังจากที่ห่างหายกันไปนานเขาเองก็ทำใจกับเรื่องนั้นแล้ว สตรีผู้นี้ไม่ให้สถานะที่ชัดเจนกับเขาแล้วตนจะพยายามดิ้นรนไปทำไม หากดิ้นรนต่อไปไม่แน่ว่านางอาจถูกลักพาตัวไปเป็นหวางเฟยก็เป็นได้
หมิงเวยโอบรอบคอของเขา “วางใจเถอะ ข้าไม่บอกให้หยุดหรอก…” ประโยคครึ่งหลังหายไปในปากของเขา
ครึ่งหลังไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาพูด จากกันไปครึ่งปีความหลงใหลนั้นร้อนดั่งไฟ เสื้อผ้าของพวกเขาหลุดออกจากร่างกายทีละตัว นิ้วเรียวไล้บนผิวหนังราวกับเต้นรำ หมิงเวยค่อยๆ ปลดปล่อยความคิดของตน นางหลับตาลง และเคลื่อนไหวไปพร้อมกับหัวใจของตนเอง
เมื่อมองย้อนกลับไปการเผชิญหน้าครั้งนี้เหมือนเป็นพรหมลิขิต นางไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วตนจะได้กลับไปหรือไม่ หากนี่คือความฝันเหตุใดไม่ลองทำตามอำเภอใจดูเล่า
เวลามีน้อยถ้าไม่จับให้แน่นจะทำให้สวรรค์ผิดหวังหรือไม่
ร่างกายของทั้งสองพัวพันกันดั่งเกลียวคลื่นสีแดง หยางชูตื่นเต้นเกินไปมือของเขาดันหมอนจนกลิ้งตกลงมา
“ตุบ!”
“มีบางอย่างตกลงไป” หมิงเวยลืมตา หยางชูยังคงเคลื่อนไหวต่อเขาพูดเสียงคลุมเครือ “ไม่ต้องไปสนใจหรอก!”
หมิงเวยเหลือบมองทางหางตา “เหมือนจะเป็น