พัดขึ้นตบหัวตนเองเบาๆ “เป็นความผิดข้าที่คิดไม่รอบคอบแค่อยากพูดกับสหายอีกสักหน่อยเพื่อผ่อนคลายความคิดถึงบ้านเกิดเท่านั้น”
หลิวกงกงเข้าใจดีจึงพูดว่า “ท่านอยู่ซีเป่ยคงลำบากมาก”
“ไม่ลำบากเลยๆ ตอนนี้เกาถางดีขึ้นมากแล้ว! ท่านกลับไปบอกฝ่าบาทกับเหนียงเหนียงได้ ข้าอยู่ซีเป่ยสบายดีพวกเขาจะได้ไม่ต้องกังวล”
“ขอรับ บ่าวจะทำตามคำสั่ง…” หลังจากพูดคุยกันมากมายในที่สุดหลิวกงกงก็ออกเดินทาง
กลุ่มคนที่เดินทางกลับเมืองหลวงหายลับไปจากถนนสายหลักหยางชูบิดเอวแล้วพูดว่า “ท่านอา เช่นนั้นพวกเราขอตัวก่อน!”
เหลียงจางยิ้ม “ได้ ขอให้หลานเดินทางราบรื่น”
หยางชูโบกมือ “ขอบคุณขอรับ อ้อ..จริงสิ หากหมอเทวดาจงกลับมาแล้ว อย่าลืมเชิญเขามาที่เกาถางด้วยนะขอรับ”
“ได้ อาจะช่วยส่งข้อความไปให้” ทั้งสองสบตากันต่างรู้ดีอยู่แก่ใจว่าหมอเทวดาจงเยวี่ยคงไปเชิญมาไม่ได้หรอกเพราะเขาไม่เคยมาที่เป่ยเทียนเหมินแต่แรกแล้ว
…………
เวลาผ่านไปครึ่งปีในที่สุดหมิงเวยก็ได้กลับมาที่สนามเลี้ยงม้า เมื่อเทียบกับตอนที่นางจากไปสนามเลี้ยงม้าเกาถางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ในเมืองมีผู้คนเดินไปมา ถนนก็เต็มไปด้วยผู้คน จากประตูเมืองสู่สนามเลี้ยงม้าจะมีคนเดินถนนอยู่เสมอ คนขายของ คนเข็นเกวียน คนขี่ม้า เดิมทีขี่ม้าใช้เวลาเพียงครึ่งวัน แต่พวกเขาเดินทั้งวันเนื่องจากคนเยอะเกินไปจึงยากที่จะวิ่งได้
พระอาทิตย์เอนไปทางทิศตะวันตกหมิงเวยเห็นวังที่ตั้งอยู่ไกลออกไป หรือจะพูดว่าเ