งหนึ่งในมือนางยัดเข้าปากตนเอง “ข้ารู้ว่าเขาวางแผนอะไรไว้ตามใจเขาเถอะ”
หมิงเวยหยิบผลไม้อีกผลมากินต่อ “ทำไมหรือเจ้าคะ หรือเขาต้องการโจมตีท่านจริงๆ”
หยางชูเล่าให้นางฟังว่าเขาไปโกหกเหลียงจางว่าอย่างไร “เหลียงจางผู้นี้ขี้ระแวงมาก ข้าไปขู่เขาไว้เช่นนั้นหากปล่อยผ่านไปก็คงแปลกแล้ว”
“ท่านไปพูดเช่นนั้นได้อย่างไรกัน” หมิงเวยไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “ยังจะบอกว่าจะทักทายกองทัพซีเป่ย ทางด้านจงซู่ท่านไม่กล้าไปหาส่วนเหลียงจางท่านทำให้เขาขุ่นเคือง นี่เป็นการวางรากฐานอย่างไรกันเป็นการแก้แค้นเสียมากกว่าเจ้าค่ะ”
หยางชูไม่เห็นด้วย “ผูกสัมพันธ์กับเหลียงจางงั้นหรือ ทำไมข้าต้องมาทำอะไรยากเช่นนั้นด้วย ความสามารถก็ไม่ได้ บุคลิกก็ไม่ดี นอกจากนี้เขาเป็นคนที่ประจบสอพลอมาก อย่างตัวข้าในตอนนี้หากเขามองข้าสิถึงจะแปลก ตีสนิทกับเขาทางนี้เดี๋ยวเขาก็ไปรายงานทางนั้น”
หมิงเวยพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ “เอาเถอะ ที่ท่านพูดมาก็มีเหตุผลเจ้าค่ะ ตอนนี้เขาต้องการเอาคืนท่านจะทำอย่างไร”
หยางชูโยนผลไม้ที่ทานเสร็จทิ้ง “วางใจเถอะข้ารับรองว่าแผนของเขาไม่มีทางสำเร็จแน่ อีกอย่างเขาต้องพยายามรั้งพวกเราไว้ที่นี่อย่างสุดความสามารถแน่ ไม่ว่าพวกเราจะก่อปัญหามากเพียงใด เขาก็คงทำได้เพียงอดทน…”
แล้วถามนางอีกว่า “ท่านบาดเจ็บมาหลายวันเหนื่อยหรือไม่ คนแซ่เหลียงใจกว้างเช่นนี้ พวกเราจะไปเกรงใจเขาทำไมกันแค่สนุกไปกับมันก็พอ”
หมิงเวยรู้สึกเหนื่อ