วยเงยหน้าขึ้นมองตำแหน่งดวงดาว และพบว่าใกล้ยามสี่แล้ว
“ตัวฝูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
“วางใจเถอะ แพทย์สนามดูบาดแผลของนางให้แล้วหนักนิดหน่อย แต่ถ้าดูแลดีๆ อีกไม่กี่เดือนก็หาย”
“เจ้าค่ะ” นางไม่ได้แตะเมล็ดข้าวมาหลายวันพอทานข้าวต้มชามนี้แล้วหมิงเวยก็รู้สึกว่ากระเพาะแน่นแล้ว
นางวางชามลงแล้วพูดว่า “อร่อยมาก”
ยามเดินทัพอยู่ข้างนอกผู้ใดจะไปพิถีพิถันเพียงนั้นกัน ข้าวต้มชามนี้เป็นข้าวต้มเดี่ยวๆ จริงๆ
แววตาของหยางชูอ่อนโยนมาก “ท่านคงลำบากมาก”
หมิงเวยถามอย่างให้ความร่วมมือ “ถ้าเช่นนั้นท่านจะชดเชยให้ข้าอย่างไรเจ้าคะ”
“ท่านต้องการอะไรล่ะ”
“หากข้าต้องการท่านให้ได้หรือเจ้าคะ”
“ขอเพียงเจ้าต้องการแค่เอ่ยออกมาก็พอ”
หมิงเวยไม่ได้พูดอะไรอีกหยางชูไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรผิดไป เขาจึงรู้สึกสับสนเล็กน้อย
ในที่สุดหมิงเวยก็ยกมือขึ้นแตะศีรษะของเขาเบาๆ “คนโง่” หยางชูไม่เข้าใจว่านางหมายถึงอะไร
“อย่าใจดีกับข้ามากเกินไป” นางพูด แววตาของหยางชูเปลี่ยนเป็นดูซับซ้อนมากขึ้น
ผ่านไปสักพักเขาพูดอย่างดื้อรั้นเล็กน้อย “หลังจากนี้เป็นอย่างไรข้าไม่รู้ ตอนนี้ท่านยังอยู่ที่นี่ไม่ต้องคิดถึงอนาคตให้มาก”
หมิงเวยกลับพูดขึ้นว่า “ข้ารู้สึกเสียใจเล็กน้อยเจ้าค่ะ”
อันที่จริงเวลานั้นนางแค่คิดว่าเขาดีมากตนเองก็รู้สึกชอบเล็กน้อย ในเมื่อเขาต้องการความสัมพันธ์ช่วงเวลาหนึ่งมันก็คงจะดีสำหรับเขา รอจนวันแห่งชะตากรรมนั้นมาถึง แต่ละคนก็ไปตามทางของตนเอง
ไม