องครักษ์ชาวหูรีบวิ่งไปหาเจ้านายของตน เมื่อเห็นว่าไม่มีโอกาสหยางชูจึงปล่อยเขาไปและหันไปเผชิญหน้ากับน่าซู หยางชูกระโดดขึ้นยืมแรงจากหัวม้าของน่าซูวาดกระบี่ออกไป
วิชากระบี่คือการต่อสู้ระยะประชิดโดยเน้นการต่อสู้แบบตัวต่อตัว แต่สิ่งที่น่าซูเรียนมาคือวิชาวรยุทธ์ซึ่งเป็นวิชาสังหารคนในสนามรบ
เมื่อหยางชูเข้ามาใกล้เขาก็สูญเสียความสามารถที่มีมาแต่กำเนิดนั้นไปซึ่งหยางชูก็เจ้าเล่ห์มาก อีกฝ่ายบินไม่สูงและหลบไปรอบๆ ตัวน่าซู อาศัยร่างของเขาหลบวิสัยทัศน์จากนักธนู
ด้วยวิธีนี้ทำให้นักธนูไม่กล้าที่จะยิงธนูออกไปเพื่อไม่ให้น่าซูได้รับบาดเจ็บ
มีเพียงองครักษ์ของน่าซูเท่านั้นที่รีบเข้าไปช่วยเหลือ ทหารชาวหูพันนาย กองกำลังจำนวนมากซึ่งทางกองทัพแคว้นฉีเองก็มีไม่น้อยซึ่งพวกเขาก็อยู่ใกล้กับกระบวนแถว
ไม่มีผู้ใดกล้าเปิดฉากรุกง่ายๆ เพราะชื่อเสียงของอีกฝ่าย ขุนศึกทั้งสองพุ่งไปข้างหน้าแล้วใช้โล่กำบังไว้ หอกยาวปัดหญ้าบนพื้นออกเผยให้เห็นคนสามคนซ่อนตัวอยู่ในหลุมตื้น
พวกเขาดึงคนและม้าขึ้นทีละตัวจากนั้นก็หันหลังวิ่งกลับ
โหวเหลียงที่ถูกทิ้งตกตะลึง “เฮ้ ข้า…” เหลือแต่ม้าสองตัวไว้กับเขา
เมื่อขุนศึกทั้งสองกลับเข้าแนวกองทัพไปหยางชูที่ไม่ชื่นชอบการต่อสู้ก็เตะม้าของน่าซู และอาศัยโอกาสที่อีกฝ่ายควบคุมม้ากลับไปรับโหวเหลียงที่ถูกทิ้งแล้ววิ่งกลับไป โหวเหลียงอยากจะซาบซึ้งที่คุณชายมาช่วยเขาด้วยตนเอง แต่แล้วจู่ๆ เขาก็รู้สึกเจ็บที่ก้น…
“