ชาตัวเบาไม่สามารถตามความเร็วของลูกธนูได้ ผลลัพธ์นี้ทุกคนรู้ดีอยู่แก่ใจ แต่หยางชูไม่หวั่นไหวเลย
ขุนพลจึงทำได้เพียงสบตากันและเปลี่ยนตำแหน่งอย่างเงียบๆ เพื่อสามารถปกป้องเขาได้ทุกเวลา และสามารถถอยกลับเมื่อใดก็ได้โดยไม่ขวางทาง
“ขอรับ”
ซูถูยกมือขึ้นสายตาจับจ้องไปที่หมิงเวย และในที่สุดเขาก็โบกมือ
“สวบๆๆ!” ลูกธนูออกจากคันธนูพร้อมกับเสียงแหวกอากาศ
เสียงธนูคันเดียวนั้นเบามาก แต่ธนูจำนวนมากถูกปล่อยออกมาพร้อมกันทำให้เสียงนั้นชัดเจนขึ้นในหู
จะตายไหมๆ โหวเหลียงคิดด้วยความเศร้าโศกคิดถึงตนเองที่หาเรื่องมาทั้งชีวิต ได้ทำเรื่องใหญ่ก่อนตาย จบลงด้วยธนูนับพัน สวรรค์ช่าง…
เขายังคิดไม่ทันจบจู่ๆ เท้าเขาก็เบาหวิว ร่างกายดูไร้น้ำหนักแล้วล้มลงทันที
เขายังคงมึนงง แต่ร่างที่ถูกกดให้นอนลงพร้อมกับเสียงตะโกนของตัวฝูดังขึ้นข้างหู “หมอบลง!”
ในเวลาเดียวกันเสียงกลองฝั่งกองทัพแคว้นฉีก็เปลี่ยนไป
แม่ทัพเซี่ยงที่เดิมทีคิดอยู่เฉยๆ รีบวิ่งออกไปตามสัญชาตญานทันทีที่เขาได้ยินเสียงกลอง เขาอยากตบตัวเอง แต่ผู้ใดจะมาสนใจล่ะ การฟังเสียงกลองจัดกระบวนแถวกลายเป็นนิสัยของพวกเขาไปแล้ว
โชคดีที่เสียงกลองนั่นไม่ได้ซี้ซั้ว แต่ยังคงอยู่ในรูปแบบของการป้องกันและเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
ทันทีที่เขาเงยศีรษะขึ้นเขาก็เห็นคุณชายหยางพุ่งออกไปราวกับลูกศรจากคันธนูรับมือกับลูกศรจากอีกฝ่าย
มารดาเถอะ!
แม่ทัพเซี่ยงที่อยู่ในแนวป้องกันตาโต
คูณชายผู้นี้สม