ถ้าหมิงเวยรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่คงหัวเราะออกมาแน่นอน
นางไม่ได้หมายความว่าใต้หล้าคือกระดานหมากรุก แต่นางไม่สนใจนักรบของหูเหรินเพราะพวกเขาคือมีดในมือของหัวหน้าเผ่าหู แต่ถ้าเป็นประชาชนนางจะพยายามรักษามันไว้ให้ดีที่สุดเพราะสงครามไม่ใช่ความรับผิดชอบของพวกเขา
“องค์ชาย!” หัวหน้าองครักษ์กระซิบเรียกสติ “กองทัพแคว้นฉีเข้ามาใกล้แล้วขอรับ”
แม้อีกฝ่ายไม่บอกเขาก็รู้สึกได้ การสั่นสะเทือนบนพื้นที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกว่าอีกฝ่ายอยู่ใกล้เข้ามาแล้ว
ซูถูถอนใจแล้วก้มหน้าถามอีกครั้ง “นั่นเป็นคนรับช่วงต่อจากท่านหรือ”
“เป็นเรื่องบังเอิญ” หมิงเวยพูด “แต่เป็นเรื่องบังเอิญที่ได้จังหวะพอดีนับว่าข้ายังมีโชคอยู่”
ซูถูแค่นหัวเราะเขาหยิบคันธนูออกมาแล้วเล็งไปที่นาง “แต่ก่อนที่พวกมันจะมาถึงข้าสามารถยิงพวกท่านให้ร่วงก่อนได้!”
หมิงเวยถอนหายใจ “ข้าแนะนำว่าท่านอย่าทำจะดีกว่า”
“เพราะเหตุใด!”
“เพราะว่า…”
ยังไม่ทันพูดจบประโยคทางฝั่งหูเหรินก็เกิดความโกลาหลมีคนตะโกนขึ้นว่า “นักรบเกราะเหล็ก! ดูนั่นนักรบเกราะเหล็ก!”
ทั้งสองกองทัพต่อสู้กันเป็นไปไม่ได้ที่จะจดจำใบหน้ากันได้เพราะฉะนั้นธงคือวิธีจดจำของพวกเขา นักรบเกราะเหล็กไม่ได้เป็นเพียงตำนานในหัวใจของนักรบแดนต้าฉีเท่านั้น แต่ยังเป็นที่รู้จักในหูเหรินด้วย
นี่คือกองทัพใหญ่ของต้าฉีที่ครั้งหนึ่งเคยบุกเข้าไปในหวางถิงพร้อมกับทหารม้าห้าร้อยนาย
ตัวฝูตะโกนทันที “คุณหนู เป็นคุณชายเจ