่าเคยสอนข้าไม่รู้ว่ามันเหมือนของท่านหรือเปล่า” แล้วหัวข้อสนทนาก็หยุดลง
แม่ทัพเซี่ยงตอบทีละคำถามจนกระทั่งหน่วยสอดแนมพบเบาะแสการสนทนาก็จบลง
อืม…คุณชายหยางผู้นี้รู้เรื่องมากมายเกี่ยวกับในสนามรบจริงๆ ปู่ของเขาคือโป๋วหลิงโหว ส่วนย่าคือองค์หญิงหมิงเฉิงเขาเก่งกว่าเด็กอวดดีที่ตนจินตนาการไว้มากจริงๆ
หลังจากฟังข้อมูลแม่ทัพเซี่ยงมีสีหน้าจริงจัง “คุณชายหยาง มีการเคลื่อนไหวอยู่ข้างหน้าน่าจะเป็นบุคคลที่ท่านกำลังตามหา”
หยางชูดูสงบและถามเขาว่า “ตำแหน่งของนางอยู่ที่ใด ตำแหน่งของกองทัพหูเหรินด้วย พวกเขาพบนางแล้วหรือยัง”
………..
นกอินทรีบินอยู่บนท้องฟ้าเป็นเวลาสองวันเต็มๆ หมิงเวยรู้ว่าตนเองหนีไม่พ้นแล้วจริงๆ เมื่อเห็นบาดแผลของตัวฝูนางถอนหายใจและหยุดลง
“ไม่ต้องวิ่งแล้วอีกไม่นานพวกเขาก็มาถึงแล้ว”
โหวเหลียงตกตะลึง “แม่นางรู้ได้อย่างไร”
“นกอินทรีร้องบ่อยมาก” นางพูด
โหวเหลียงเงยหน้ามองนกอินทรีตัวใหญ่และถอนหายใจ “ไม่รู้ว่ายอมแพ้ตอนนี้ซูถูจะยินดีไว้ชีวิตพวกเราหรือไม่”
“ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้” หมิงเวยพลิกตัวลงจากหลังม้านางจับหน้าอกแล้วไอออกมา
“คุณหนู…” ตัวฝูมองนางอย่างเป็นกังวล
นางยิ้มปลอบก่อนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ซูถูเกลียดข้าเข้ากระดูก แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีทางรอด เพียงแต่หากถูกเขานำตัวกลับไปเป็นเชลยของหูตี้ก็คงหนีไม่พ้น”
โหวเหลียงรีบพูดว่า “มีชีวิตก็ดีแล้ว!” พอถูกตัวฝูเหลือบมองก็หัวเราะแห้งๆ “มีชีวิต