้าไม่มีชีวิตกลับมาท่านอาก็เล่นกับแมลงไป”
เหลียงจางอยากจะอาเจียนจริงๆ ไม่อยากจะพูดอะไรอีกเขาเขียนจดหมายมอบอำนาจอย่างรวดเร็วจากนั้นประทับตราพร้อมมอบป้ายคำสั่งโอนกองกำลัง
หยางชูไม่รอช้าเขารับของแล้วหันหลังเดินจากไป เหลียงจางมองเงาของอีกฝ่ายที่เดินหายลับตาไปแล้วพูดเสียงหยัน “ท่านทำไปเถอะ! ทันทีที่เรื่องจบลง ข้าจะแจ้งต่อฝ่าบาทดูสิว่าท่านจะโชคร้ายอย่างไร!”
…………
ณ ทุ่งหญ้า คนสามคนกำลังขี่ม้าอย่างดุเดือด
พูดให้ถูกก็คือ หมิงเวยและตัวฝูนอนอยู่บนหลังม้าทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงจำเป็นต้องประหยัดแรงเอาไว้ พวกเขาเดินทางตอนสว่างพักตอนค่ำอย่างนี้เป็นเวลาสามวันแล้ว ภาพเป่ยเทียนเหมินที่สูงตระหง่านสามารถมองเห็นได้เลือนราง
ครึ่งทาง ยังเหลืออีกครึ่งทาง พวกเขาสามารถเข้าสู่เขตปลอดภัยและกลับสู่ดินแดนต้าฉี โหวเหลียงไม่เคยมีความปรารถนาต่อแคว้นของตนเองมากเช่นนี้มาก่อนเลย
ถึงตอนนี้เขาก็ยังรู้สึกเหลือเชื่อเขากลายเป็นคนซื่อสัตย์ได้อย่างไร
นกอินทรีส่งเสียงร้องบนฟ้า หมิงเวยตะโกนให้หยุด และมองไปที่นกอินทรีโดยไม่พูดอะไรเป็นเวลานาน
“แม่นางหมิง ทำไมหรือ” โหวเหลียงไม่เข้าใจไม่ใช่ว่าเราต้องรีบทำเวลาหรือ
“พวกเราถูกพบแล้ว” โหวเหลียงตกตะลึง
นางถอนหายใจ “นี่เป็นปัญหาใหญ่หูเหรินมีประเพณีฝึกนกอินทรีไว้ใช้สังเกตการณ์ศัตรู นกอินทรีตัวนี้อยู่กับเราทั้งวัน”
โหวเหลียงเริ่มประหม่า “ซูถูมาแล้วจริงๆ หรือ”
“เกรงว่าจะไม่ใช่แค่ซูถู