จึงตวัดกริชออกไป การจู่โจมครั้งนี้ทำให้เชิ่งชีถอยออกมา
“อู๋ว่าง”
ตัวฝูบุกประชิดกริชหมุนกลับมาอีกทาง
เชิ่งชีหัวเราะ “เจ้าเก่งกาจเช่นนี้ข้าจะเล่นกับเจ้าเอง!” คำว่าเจ้าที่เขาเอ่ยถึงไม่รู้ว่าหมายถึงตัวฝูหรือหมิงเวย
โหวเหลียงหลบอยู่หลังพุ่มไม้เฝ้าดูการต่อสู้อย่างระมัดระวังพลางอธิษฐานในใจว่าตัวฝูต้องชนะ! ตนทำผิดต่อบุรุษผู้นี้มากหากไม่ชนะชีวิตเขาจบสิ้นแน่
เมื่อเหลือบมองก็เห็นว่าหมิงเวยกำลังมองมาที่ตนอยู่นางกำลังแนะนำตัวฝู แต่มือที่ไพล่หลังอยู่กำลังทำท่าทาง
โหวเหลียงมองไปในทิศทางที่นางกำลังชี้ไปทันใดนั้นก็พบว่าท่อนไม้ไผ่ที่สูงตระหง่านเป็นพิเศษซึ่งก่อนหน้าที่เขาเดินผ่านยังไม่เห็นเลย…
หมิงเวยยิ้มให้เขา
โหวเหลียงคุ้นเคยกับการสังเกตสีหน้าและคำพูด หลายวันมานี้เขาศึกษานิสัยของหมิงเวยอย่างละเอียด ดังนั้นเขาจึงขยับตำแหน่งอย่างระมัดระวังยืนอยู่ด้านหลังต้นไผ่และประคองมันเบาๆ
หมิงเวยพยักหน้า มือห้อยอยู่อย่างนั้นไม่ขยับ โหวเหลียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกแต่มือก็จับไว้ไม่ขยับ
อีกด้านหนึ่ง หมิงเวยยิ่งบอกยิ่งเร็ว ตัวฝูเองยิ่งจู่โจมยิ่งเร็วขึ้น การต่อสู้กับเชิ่งชียากที่จะแยกออก เชิ่งชีรู้สึกอัดอั้นในใจ
เขาซ่อนอยู่ในทุ่งหญ้ามานานกว่าสิบปี แผนการทุกอย่างกลับพังลงเพราะหมิงเวย ตอนนี้ขอเพียงจับหมิงเวยมาทรมานได้ถึงจะสามารถขจัดความโกรธของตนได้ แต่สาวใช้ผู้นี้รับมือยากมาก ท่วงท่าหยาบๆ แต่พลังภายในกลับพลุ่งพล่าน ทำให