้เขาต้องรับมืออย่างสุดกำลัง
“ต้าโหย่ว หลิน ฟู่ ข่าน หมิงอี๋ กุยเม่ย…”
ตำแหน่งการก้าวเท้าถูกเอ่ยออกมาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งตัวฝูออกแรงอย่างราบรื่นยิ่งรู้สึกว่าพลังของนางไม่มีที่สิ้นสุด
ในตำแหน่งกุยเม่ยไหล่ขวาของเชิ่งชีอยู่ตรงหน้านางพอดีนางจึงใช้ฝ่ามือซ้ายตบออกไป
เชิ่งชีบิดตัวฝ่ามือลมของตัวฝูมาถึงก็สายเกินไปที่จะสกัดกั้นหรือหลบ เขาถูกกระแทกจนกระเด็นออกไปหลายก้าว
ในตอนนั้นเอง ฝ่ามือของหมิงเวยที่ห้อยรออยู่ก็กำแน่น โหวเหลียงที่ได้รับคำสั่งจับไม้ไผ่แน่นแล้วกดอย่างแรง
“อัก…”
เชิ่งชีเห็นบางอย่างที่เป็นสีเขียวเต้นระบำอยู่เต็มไปทั่วท้องฟ้า พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเขายวบลงจนเขาทรุดตัวลงกับพื้น ธนูไม้ไผ่พุ่งออกมาอย่างไม่เป็นระเบียบ เขายกกริชมาฟันทิ้ง แต่ก็ยังมีอันหนึ่งพุ่งออกมาจากใต้ฝ่าเท้าแทงเข้าไปที่ต้นขาของเขาโดยตรงอยู่ดี
ไม่ต้องรอสัญญาณจากหมิงเวยตัวฝูก็พุ่งเข้าไปหาเขาทันที ดวงตาของเชิ่งชีแดงก่ำไม่คิดว่าสตรีผู้นี้จะเจ้าเล่ห์เพทุบายเช่นนี้ นางสามารถวางกับดักได้ในเวลาอันสั้น เขาคำรามเสียงดังอย่างไม่คิดสงวนท่าทีอีกต่อไป
จนถึงตอนนี้อุบายอะไรก็ใช้ไม่ได้แล้ว
หมิงเวยหยุดรายงานจังหวะฝีเท้าเชิ่งชีเคลื่อนไหวไม่ได้แล้วจึงทำได้แต่เพียงอาศัยความแข็งแกร่งต่อต้านตัวฝู ทำได้เพียงมองการเคลื่อนไหวของตัวฝู
หลังจากนั้นไม่นานตัวฝูก็มีบาดแผลมากมายตามตัว ดวงตาของเชิ่งชีเป็นสีแดง แม้ว่าต้นขาของเขาจะสูญเสียการเคลื่อนไหว เ