้นี้คือเชิ่งชี เขาตามหลังซูถูมาตลอดทั้งเดือน เขาตัวคนเดียวจึงต้องเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง ซูถูจึงไม่ทันสังเกตเห็น
เชิ่งชีกำลังรอโอกาสอยู่ เหมือนหมาป่าที่อยากจับเหยื่อ แต่จับไม่ได้จึงต้องตามหลังนายพรานรอให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บแล้วรีบวิ่งออกไปกัดคอของเหยื่อ
และเวลานั้นมาถึงแล้ว…
โหวเหลียงไม่รู้จักเชิ่งชี แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขากลัวจิตสังหารของเชิ่งชีแข็งแกร่งเกินไป
“เปิดถุงน้ำออก” เขาพูดอย่างเย็นชา โหวเหลียงทำตามด้วยร่างกายที่สั่นเทา เชิ่งชีเปิดหนึ่งในนั้นไม่รู้ว่าถูกโยนอะไรเข้าไปจากนั้นก็เขย่าแล้วพูดว่า “เอาไปให้บ่าวรับใช้ดื่ม”
โหวเหลียงตกใจ รู้ว่าตัวฝูเป็นบ่าวรับใช้หมายความว่าคนผู้นี้รู้สถานการณ์ของพวกเขาเป็นอย่างดีหรือ
“ขอรับ” เขารับมาด้วยท่าทียอมจำนน
…………
โหวเหลียงเดินกะโผลกกะเผลกกลับไปยังที่พัก
“ท่านโหวกลับมาแล้ว” ตัวฝูเรียก
โหวเหลียงยิ้มอ่อนแล้วยื่นถุงน้ำให้นาง แต่ปากกลับบอกไปว่า “อากาศเย็นแล้ว แม่นางทั้งสองอย่าชำระกายเลยหากไม่สบายขึ้นมาจะไม่ดีเอา”
ตัวฝูพูดว่า “ยังไม่ถึงฤดูหนาวเลย!”
“อย่างไรที่นี่ก็เป็นป่า” โหวเหลียงพูด
ตัวฝูเอียงศีรษะและคิดอยู่ครู่หนึ่ง “มีเหตุผล อดทนรออีกสักหน่อยก็ได้ ข้าเช็ดเหงื่อให้คุณหนูไปก่อน”
โหวเหลียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกและพูดขึ้นทันทีว่า “ข้าจะไปต้มน้ำให้แม่นางตัวฝูยังไม่ทานอะไรเลย!”
“ก็ได้”
ตัวฝูคุกเข่าลงข้างกายหมิงเวยเพื่อคอยดูแลนางทางด้านโหวเหลียงเปิด