ถุงน้ำอยู่ในมือแล้วเทลงในกาต้มน้ำ มือของเขาสั่นอย่างรุนแรงจนทำหกออกมาข้างนอกไม่น้อย
เขากลืนน้ำลายและพูดว่า “แม่นางหมิงเป็นสตรีจากตระกูลใหญ่มีฐานะคงไม่ดื่มน้ำดิบในป่า”
ตัวฝูตอบว่า “คุณหนูบอกว่าโรคภัยเข้าจากทางปากดื่มน้ำดิบทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนได้”
“มีเหตุผลหมายความว่าน้ำมีพิษงั้นหรือ”
ตัวฝูยิ้ม “ไม่เรียกว่าเป็นพิษเพียงแต่ของจากข้างนอกมักไม่สะอาด”
“ก็จริง” เงียบไปสักพักโหวเหลียงก็ถามขึ้นว่า “แม่นางหมิงหลับแล้วหรือ”
“คุณหนูบาดเจ็บหนักคงไม่สามารถทนต่อความเหนื่อยได้”
โหวเหลียงร้อง ‘อ้อ’ แล้วพูดราวกับไม่ตั้งใจ “เหตุใดก่อนหน้านี้แม่นางหมิงไม่อาบยาพิษบนธนูนะหากเป็นเช่นนั้นจะสามารถจัดการได้”
“บนโลกนี้จะมีพิษร้ายแรงเช่นนั้นได้อย่างไร!” ตัวฝูตอบ “ตอนที่เสี่ยวไป๋มีชีวิตอยู่คงทำได้ แต่ตอนนี้…อย่างไรก็ตามมันไม่ง่ายสำหรับคุณหนูที่จะทำเช่นนี้ได้”
เมื่อน้ำเดือดโหวเหลียงก็เทลงในกระบอกไม้ไผ่แล้วนำไปให้ตัวฝู “แม่นางตัวฝูทานอะไรสักหน่อยเถิด อย่าปล่อยให้หิวเลย”
“ได้” สายตาของทั้งสองดูตึงเครียด ตัวฝูทานเสร็จเรียบร้อยก็เตรียมตัวนอนนางนอนข้างกายหมิงเวยไม่ห่างไปไหน
พอฟ้ามืดมีลมพัดผ่านทุ่งหญ้าจนเกิดเสียงกรอบแกรบ มีเสียงฝีเท้าที่ดังไม่ชัดปะปนมา โหวเหลียงไม่รู้ว่าตนเองตื่นตั้งแต่เมื่อไร เขานอนอยู่ห่างไกลออกไป มองดูเชิ่งชีที่เดินเข้าใกล้เรื่อยๆ เชิ่งชีมองเขาอย่างดูถูกเขายกกริชในมือขึ้นและแทงไปที่หมิงเวย
“ติง…” ม