กระยะหนึ่งถึงจะตามมาทัน แต่ก็ไม่ต่างจากการอยู่ตรงหน้าเท่าไรนัก
ตัวฝูพูด “คุณหนู พวกเรารีบไปกันเถอะเจ้าค่ะ!”
“ไม่ทันแล้ว” หมิงเวยคร่ำครวญเล็กน้อย “พวกเจ้าหนีไปเดี๋ยวนี้ไปทางใต้ ถึงเป่ยเทียนเหมินแล้วค่อยว่ากัน”
ตัวฝูรีบถาม “แล้วคุณหนูล่ะเจ้าคะ”
หมิงเวยยิ้ม “ในเมื่อซูถูไม่คิดจะปล่อยมือข้าเลยอยากให้อะไรเขาเป็นที่ระลึกสักหน่อย”
“แต่ว่า…”
หมิงเวยผลักนาง “รีบไปเถอะไม่มีเวลามากแล้ว”
…………
ช่วงนี้หยางชูนอนไม่ค่อยหลับ ไม่รู้เป็นเพราะว่าหมิงเวยจากไปนานเลยเป็นกังวลหรือเปล่า เขามักจะฝันว่าเห็นนางถูกคนพาลไล่ตามฆ่า นางไปทำการค้ากับกองคาราวานคงไม่หรอกน่า
เขาคิดเช่นนั้น แต่ก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ ตื่นมากลางดึกทำอย่างไรก็นอนไม่หลับเลยขึ้นไปรับลมบนหลังคา
ทันทีที่เขาปีนขึ้นไปก็เห็นหนิงซิวนั่งอยู่ตรงนั้น
“ศิษย์พี่ ท่านกำลังทำอะไรหรือ”
หนิงซิวเหลือบมองเขาและพูดว่า “ดูดาว”
หยางชูนั่งลงข้างเขา “เสวียนชื่ออย่างพวกท่าน วันๆ ทำอะไรแปลกๆ ต่างจากคนอื่น การดูดาวจะตรวจจับความโชคร้ายได้จริงหรือ”
“แน่นอน” หนิงซิวพูดเสียงเรียบ “หลายวันมานี้เจ้ารู้สึกกระสับกระส่ายอยากให้ข้าพยากรณ์ให้หรือไม่”
“ศิษย์พี่ท่านดูออกหรือ”
สีหน้าของหนิงซิวยังคงไร้อารมณ์ “ดึกดื่นไม่นอน แต่ออกมาเดินเล่นจะดูไม่ออกได้อย่างไร”
หยางชูรู้สึกเขินอายเล็กน้อยเขาคิดว่าไม่มีผู้ใดสังเกต เขาจึงพูดขึ้นว่า “ช่วงนี้ข้าฝันร้าย…”
“ฝันร้ายว่าอะไร”
หยางชูอธิบายคร่า