่างเชื่อฟัง
มีน้ำล้อมรอบ แต่ไม่มีอาหารถ้าประหยัดแรงอาจอยู่ได้นานถึงสิบวัน…
ซูถูคิดถึงความเป็นไปได้หมิงเวยยังคงนั่งอยู่บนพื้นแล้วเรียกเขา “อย่าคิดให้เปลืองสมองเลยเจ้าค่ะ ในเมื่อนางขังพวกเราไว้ที่นี่หมายความว่าไม่มีทางอื่นแล้ว มาๆๆ มาเล่นหมากรุกกันก่อน”
ซูถูหันกลับมาและเห็นว่านางวาดกระดานหมากรุกบนพื้น เขาไม่รู้จะพูดอะไรดีไปชั่วขณะ
“ท่านไม่ใจร้อนสักนิดเลยหรือ” เขาถาม
“ใจร้อนไปทำไมกันเจ้าคะ” หมิงเวยหยิบชิ้นส่วนอัญมณีที่มีสีเดียวกันออกมาแล้วแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม “ทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์ให้น้อยลงไม่รู้ว่าต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนานเพียงใดคิดหาวิธีฆ่าเวลาไปก่อนดีกว่า”
“….”
ซูถูทำได้เพียงนั่งลงอย่างที่นางพูดการทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์เป็นเพียงการสิ้นเปลืองพลังงานจริงๆ
“ท่านเป็นผู้ใดกันแน่” เขาถามคำถามเดิมอีกครั้ง
“ข้าแซ่หมิง นามว่าเวย”
“ข้าถามสถานะของท่าน”
หมิงเวยยิ้มแล้วเดินหมากตัวแรก “ข้าเป็นคนแคว้นฉีธรรมดาบิดามารดาเสียชีวิตไปแล้ว ตอนนี้อาศัยอยู่ที่บ้านของท่านลุง” ซูถูมองนางอย่างเย็นชา
หมิงเวยเคาะพื้นเร่งเขา “ท่านวางสิเจ้าคะ!”
ซูถูหยิบอัญมณีที่หักขึ้นมาแล้วถามว่า “แค่นี้เองหรือเรื่องที่ท่านทำไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปของแคว้นฉีควรทำ”
“ท่านคิดผิดแล้วเจ้าค่ะ” หมิงเวยพูด “ความเป็นความตายของเเผ่นดินทุกคนมีส่วนร่วม”
ทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง และซูถูพูดขึ้นอีกครั้ง “ท่านไม่คิดที่จะช่วยข้าตั้งแต่เริ่มใช่หรือไ