ม่”
“ใช่เจ้าค่ะ” ซูถูเงยหน้ามองหน้านาง นางกล้ายอมรับด้วยหรือ
หมิงเวยคิด “จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกต้องทั้งหมดอันที่จริงข้าเคยคิดว่าจะช่วยท่านหรือช่วยเผ่าฉีหูดีเดิมทีข้าโน้มเอนไปทางเผ่าฉีหู แต่ผู้ใดจะรู้ว่าพวกเขาหาเรื่องตาย…”
ซูถูพูดเสียงเย็น “แต่สุดท้ายท่านก็ไม่ได้ช่วยข้า”
หมิงเวยพูดจากใจจริง “ท่านคิดเช่นนั้นมันก็ไม่ถูกร่วมมือกับหญิงชราผู้นั้นมีอะไรดีกัน อารมณ์ของนางแปรปรวนขนาดหาคนแก้แค้นยังหากไม่ถูก แม้ท่านจะได้ประโยชน์ช่วงเวลาหนึ่ง แต่ก็จะไม่มีอะไรดีในอนาคต อำนาจทั้งแปดเผ่าซับซ้อนแค่ไหนท่านน่าจะรู้ดีกว่าข้า แม้ท่านจะใช้พระประสงค์ของทวยเทพรวมทั้งแปดเผ่าเป็นหนึ่ง แต่ต้องใช้เวลานานในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างแต่ละเผ่า และรวมพวกเขาเข้าด้วยกัน เรื่องนี้ซับซ้อนพอแล้วให้สตรีบ้าคลั่งผู้นั้นออกความเห็นอยู่ข้างกายเกรงว่ามันจะวุ่นวายไปมากกว่านี้เจ้าค่ะ”
“อย่าพูดไพเราะ แต่ไร้ความจริงใจต่อหน้าข้า” ซูถูไม่ขยับเขยื้อน “ตอนนี้ท่านยั่วยุนาง เรื่องนี้ไม่ถูกต้องเลือดของนักรบทั้งแปดจะกระจายไปทั่วพื้นดินบนเขาเทียนเสิน นี่เป็นชีวิตของมนุษย์ท่านคิดว่าตนเองพูดเพียงไม่กี่คำแล้วจะทำให้ข้าวางหนี้เลือดนี้ลงหรือ”
ความมุ่งมั่นแรงกล้าเสียจริง! หมิงเวยถอนหายใจในใจ และมองเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “องค์ชายซูถูมีประโยคหนึ่งที่ท่านคงไม่เคยได้ยิน”
“อะไรหรือ”
“เลือดที่ติดค้างจากประวัติศาสตร์ในที่สุดจะได้รับการกู้คืนใน