องค์หญิงหย่งชิงโกรธมากจากนั้นก็มีเสียงแผ่วเบาดังขึ้นในทันที “องค์หญิง บ่าวจะสั่งสอนสตรีผู้นี้เองขอรับ!”
หมิงเวยเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็เห็นชายชราเดินออกมาจากความมืดอย่างเงียบๆ คนผู้นี้มีอายุใกล้เคียงกับองค์หญิงหย่งชิงใบหน้าไร้หนวดเครา ตัวบางอ้อนแอ้น ดูเป็นผู้ที่อยู่ใน ‘กฎเกณฑ์’ เป็นอย่างมาก
เขาเป็นขันที และก็เป็นยอดฝีมือด้วย
หมิงเวยยิ้ม “กงกงผู้นี้ท่านแน่ใจหรือว่าสามารถสั่งสอนข้าได้”
ขันทีชราเงยหน้าขึ้นแววตาราวกับงูพิษเขาพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า “แม่นางอย่าดูถูกคนแก่อย่างข้าเกินไป”
หมิงเวยยังคงหัวเราะต่อไป “เอาล่ะ แม้วรยุทธ์ของท่านจะสูง แต่หากพวกเราลงมือเขาวงกตในที่พำนักแห่งนี้จะยังคงรักษาไว้ได้หรือ”
ขันทีเฒ่าชะงัก เสียงขององค์หญิงหย่งชิงดังขึ้น “เจ้าเป็นผู้ใดกัน”
ซูถูเงยหน้าขึ้นแล้วตอบไปว่า “ท่านย่า นางเป็นผู้ช่วยที่หลานเชิญ…”
ยังไม่ทันพูดจบองค์หญิงหย่งชิงก็ต่อว่ากลับไป “โง่! นางมีที่มาไม่ชัดเจน แต่เจ้าก็เชื่อใจนางแล้วหรือ”
ซูถูพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “บนโลกนี้มีคนที่สามารถเชื่อถือทุกอย่างได้ที่ไหนกัน ท่านย่าก็เหมือนกันท่านอยากช่วยหรืออยากใช้ประโยชน์จากข้ากันแน่ ก็มิอาจรู้ได้”
ก่อนที่องค์หญิงหย่งชิงจะพูดอะไรขันทีชราได้ตะโกนขึ้นว่า “บังอาจนัก! องค์ชายซูถู องค์หญิงเป็นย่าของท่านนะ!”
ซูถูยังคงนิ่งแล้วพูดต่อไปว่า “แม้แต่บิดาของตนเองข้ายังแย่งชิงอำนาจมาแล้วเลยยังต้องสนใจท่านย่าอีกหรือท่