านเพิ่งพูดว่าอยากจะเป็นเจ้าแห่งทุ่งหญ้า ต้องถือว่าตัวเองเป็นผู้นำ ในฐานะผู้นำข้าต้องผูกมัดสถานะกับผู้ใดด้วยหรือ”
ขันทีชราโกรธมาก แต่องค์หญิงหย่งชิงกลับหัวเราะออกมาแทน “ใช่ เป็นเช่นนั้น ข้าเลือกคนไม่ผิดจริงๆ”
ซูถูไม่สะทกสะท้านและพูดอย่างเย็นชา “พูดมาเถอะขอรับท่านเข้ามาในที่พำนักของทวยเทพคิดจะทำอะไรกันแน่ คิดจะช่วยข้าหรือท่านมีเงื่อนไขอะไร”
สายตาขององค์หญิงหย่งชิงจ้องมองไปที่หมิงเวยอีกครั้ง
ซูถูพูด “หากท่านคิดวิธีที่จะปราบนางก็ตามสบาย ถ้าไม่ก็อย่าทำให้เป็นเรื่องเลย!”
องค์หญิงหย่งชิงชะงัก นางเลิกคิ้ว ที่เขาพูดมาก็ถูกมันไม่ง่ายเลยที่จะทะลวงผ่านเขาวงกตด้านนอกเพื่อเข้ามาในที่พำนักอันศักดิ์สิทธิ์ หากคิดจะไล่นางออกไปคงไม่ง่ายเช่นนั้น
ซูถูถามอีกครั้ง “เหตุใดท่านถึงอยู่ที่นี่บ่าวของท่านไม่ได้เอาโลงศพของท่านไปแล้วหรือ”
องค์หญิงหย่งชิงพูด “เรื่องนั้นไม่สำคัญ”
“ถ้าเช่นนั้นอะไรสำคัญหรือ สิ่งที่ท่านจะทำต่างหากที่สำคัญงั้นหรือ”
องค์หญิงหย่งชิงพยักหน้าและถามเขา “เจ้าอยากเป็นเจ้าแห่งทุ่งหญ้าหรือไม่”
ซูถูตอบอย่างไม่แยแส “เรื่องนี้จำเป็นต้องถามด้วยหรือขอรับ ไม่ว่าวันนี้ท่านจะปรากฏตัวหรือไม่ อย่างไรข้าก็ได้เป็นเจ้าแห่งทุ่งหญ้าอยู่ดี” คำตอบของเขาเด็ดขาดทำให้องค์หญิงหย่งชิงยากที่จะทำข้อตกลง
นางเลิกคิ้ว “เจ้ามั่นใจว่าเด็กนี่จะทำให้เจ้าได้รับพระประสงค์จากทวยเทพงั้นหรือ”
ซูถูแค่นหัวเราะ “นางสามารถช่วยข้าได้