บุรุษชุดดำเดินเข้ามาเขาประสานมือทำความเคารพ “เมื่อครู่ข้าทำให้ท่านขุ่นเคืองไม่พอใจแม่นางโปรดร่วมดื่มชากับข้าได้หรือไม่”
เมื่อเห็นหมิงเวยไม่ขยับเขาจึงพูดอีกว่า “พบกันใหม่ในแดนไกลถือว่าเป็นพรหมลิขิต แม่นางเดินทางมาทุ่งหญ้าทั้งทียังไม่เคยดื่มชาเลยใช่หรือไม่ จวนช่างจื้อมีแม่ครัวจากแดนใต้สามารถชงชาให้ท่านดื่มได้”
เขาพูดเสียงอ่อนในที่สุดหมิงเวยก็มีท่าทีลังเลนางหมุนตัวกลับมาถามว่า “ทำปิงเล่า[1]เป็นหรือไม่”
ปิงเล่าจำเป็นต้องใช้น้ำแข็ง แต่หูเหรินมีแหล่งน้ำแข็งน้อยมากแล้วจะไปหาของว่างที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ได้อย่างไร
บุรุษชุดดำตอบว่า “บังเอิญเสียจริงในเมืองหยุนไฉมีเพียงจวนช่างจื้อเท่านั้นที่มีอุโมงค์เก็บน้ำแข็งได้”
หมิงเวยยิ้มออกมา “ได้ เห็นแก่ปิงเล่าข้าจะไว้หน้าพวกท่านนำทางได้เลย!”
บุรุษชุดดำขยิบตาให้พระอาจารย์ช่างจื้อเขาคิดว่าอย่างไรเสียนางก็เป็นเด็กสาวแค่ปิงเล่าก็ทำให้นางเปลี่ยนใจแล้ว เขาเชื่อไปอย่างนั้นโดยไม่รู้ตัว…
ครึ่งชั่วยามต่อมาหมิงเวยก็ได้ทานปิงเล่าหนึ่งชามจนพอใจ
ตั้งแต่เดินทางออกจากเกาถางนางไม่ได้ทานอาหารเย็นเช่นนี้มาสามเดือนแล้ว แต่สามเดือนนี้เป็นช่วงที่ร้อนที่สุดของปี แม้ลำบากที่จะได้ทาน แต่ผู้ใดจะไม่รับมันล่ะ ไฟหลายดวงถูกจุดขึ้นภายในห้องทำให้ห้องโถงกว้างสว่างไสวมาก
บุรุษชุดดำอาศัยแสงสว่างมองดูหมิงเวยเงียบๆ
เด็กสาวผู้นี้อายุไม่น่าเกินสิบห้าสิบหกปีมีผิวที่บอบบาง งดงามเหนือผู้ใด ดูก