“พรุ่งนี้ค่อยคุยกันข้าขอนอนก่อน…” นางนอนพักจนถึงช่วงบ่ายของวันถัดมา นางล้างหน้า และบ้วนปากจากนั้นก็เดินออกมาจากห้อง และก็พบว่าซูถูยืนอยู่ข้างนอก
หมิงเวยประหลาดใจ “องค์ชายซูถูท่านทำตัวเป็นเทพประจำประตูในขณะที่ข้าหลับหรือ ข้ารู้สึกปลื้มใจจริงๆ”
“….” ซูถูพูดว่า “เมื่อคืนท่านไปที่ใดมาหรือ”
“จวนพระอาจารย์ช่างจื้อ!” นางตะโกนเสียงดัง “ตัวฝูอาหารของข้าล่ะ”
“มาแล้วเจ้าค่ะ!” ผ่านไปครู่หนึ่งตัวฝูก็มาพร้อมอาหารเมื่อเห็นว่าซูถูยังคงอยู่ที่นี่จึงถามอย่างสุภาพว่า “องค์ชายเจ็ดจะรับประทานอาหารที่นี่ด้วยหรือไม่เจ้าคะ”
นางแค่ถามพอเป็นพิธี แต่ไม่คิดว่าซูถูจะพยักหน้า “ได้”
ตัวฝู “…” นางไม่รู้จะถามอะไรแล้วก็ไม่มีข้าวเหลือแล้วด้วยดูเหมือนว่านางต้องสละส่วนของตนเองให้เขา!
หลังจากนั้นทั้งสองก็รับประทานอาหารร่วมกันสิ่งที่ทำให้หมิงเวยแปลกใจก็คือซูถูดูค่อนข้างเชี่ยวชาญในการใช้ตะเกียบ
“องค์ชายเจ็ดดูเชี่ยวชาญเรื่องวัฒนธรรมของจงหยวนเป็นอย่างดีนะเจ้าคะ”
ซูถูไม่ปฏิเสธ “จงหยวนได้นำหน้าพวกเราชาวหูเหรินในหลายๆ ด้าน แน่นอนว่าพวกเราต้องเรียนรู้จากพวกเขา”
“เช่นนั้นทั้งท่านและองค์ชายน่าซูสามารถพูดภาษาจงหยวนได้งั้นหรือ”
ซูถูตอบ “เผ่าของพวกเรามีท่านยายที่เป็นชาวจงหยวนนางเป็นคนสอนภาษาจงหยวนให้ข้าและน่าซู หลังจากนั้นข้าก็จับกุมบัณฑิตจากจงหยวน และขอให้พวกเขาสอนหนังสือแก่ข้า”
หมิงเวยชื่นชม “องค์ชายรักการเรียนรู้ไม่แปลกใจเลยที่จ