ีทางตามหาเขาแน่ หากพบว่าสัญลักษณ์ยืนยันตัวตนของเขาขาดการตอบสนองไปก็ทำแค่เพียงหาคนมาแทนที่เขาเท่านั้น
“แล้วเขาส่งต่อสถานะของเขาให้ท่านหรือไม่”
“ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ต้องการของของเขา!” หมิงเวยเน้นย้ำ “วิ่งกลับมาด้วยสภาพร่างกายโชกไปด้วยเลือด แม้แต่คำบอกลาก็ไม่พูดมีแต่ยัดสิ่งนี้มาให้ข้าในใจของเขาตำหนักดวงดาวคงสำคัญที่สุดแล้วจะทิ้งของเช่นนี้มาให้ข้าทำไมกัน”
บุรุษชุดดำดูเหมือนจะพบคำอธิบาย “ที่แท้เขาไม่มีเวลาให้อธิบาย”
หมิงเวยแค่นหัวเราะ “มีโอกาสมอบของแก่ข้า แต่ไม่มีเวลาอธิบายงั้นหรือ ช่างเถอะ ข้าคืนของให้ท่านแล้วความสัมพันธ์ของข้ากับเขาสิ้นสุดลงแค่นี้ เห็นแก่ท่านที่เป็นสหายของเขาเรื่องในวันนี้ก็แล้วกันไปแล้วกัน”
พูดถึงเรื่องนี้นางก็เหลือบมองพระอาจารย์ช่างจื้อ “ถือว่าท่านโชคดีนะ! ข้าปล่อยท่านไปหลายครั้งหลายคราวแล้วยังไม่รู้จักชั่วดี หลังจากนี้อย่ามายุ่งกับข้าอีก ไม่เช่นนั้นครั้งหน้าท่านอาจไม่โชคดีเช่นนี้” พูดจบนางก็หันหลังเดินจากไป
เป็นไปไม่ได้ที่จะปลอมตัวเป็นกลุ่มดาวเพราะนางไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับพวกเขา ขนาดซูรื่อฉู่นางยังรู้แค่ทักษะการต่อสู้ของเขาเล็กน้อยจากการที่เคยประมือกันมา
แล้วนางควรทำอย่างไรดีแน่นอนว่าแสร้งทำเป็นมีส่วนเกี่ยวข้องกับเขา แต่ไม่รู้สถานการณ์จริง เหตุผลไม่ต้องเยอะแยะเพราะยิ่งมากยิ่งง่ายต่อการถูกจับได้ ทางที่ดีที่สุดคือให้อีกฝ่ายคิดเอาเอง!
หมิงเวยยิ้ม และเดินออกไปทีละก้าวรา