งวิธีจัดการนางกับบุรุษชุดดำกลับกลายเป็นว่านางมาหาถึงที่ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก
หมิงเวยยิ้มใต้แสงจันทร์ “พระอาจารย์ประหลาดใจมากหรือ ใช่ คงคิดว่าจะจัดการข้าอย่างไรใช่หรือไม่เจ้าคะ”
สีหน้าของพระอาจารย์ช่างจื้อดูไม่น่ามอง “แม่นางมาทำอะไรที่นี่เมื่อครู่คุยกันเรียบร้อยแล้วมิใช่หรือ”
“แต่ข้ารู้สึกเสียใจภายหลัง!” หมิงเวยพูดตามอารมณ์ “พอกลับไปคิดอีกที ข้าถูกรังแกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่คิดทำอะไรเลยมันไม่ใช่วิถีของข้าจริงๆ”
นางพูดไปเล็งไปทางพระอาจารย์ช่างจื้อเหมือนจะกำลังพิจารณาว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี พระอาจารย์ช่างจื้อถูกนางจ้องมองก็รู้สึกขนลุกจึงถามนางอย่างระแวดระวังว่า “แม่นางคิดจะทำอะไร”
“อย่างน้อยก็อยากให้ท่านได้รับบทเรียนบ้างเจ้าค่ะ” หมิงเวยกระโดดลงจากราวบันได “ก่อนหน้านี้ข้ากังวลจริงๆ ว่าเผ่าฉีหูจะไม่ปล่อยข้าไปแน่ แต่องค์ชายซูถูบอกว่าไม่ว่าข้าจะทำอะไรเผ่าหมาป่าหิมะจะสนับสนุนข้า ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้ามีอะไรต้องกลัวอีกอย่างไรเสียถ้าก่อปัญหาก็มีคนรับผิดชอบแทนข้าใช่หรือไม่”
พระอาจารย์ช่างจื้อได้ยินก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ที่เอินกงพูดว่านั้นถูกต้องก่อนหน้านี้นางไม่คิดตัดสินใจ แต่เพราะตนกับฮูหลุนเป็นคนผลักนางให้ฝั่งตรงข้ามโดยตรงตอนนี้ซูถูจงใจพูดออกมาแล้วว่าปล่อยให้นางมาจัดการกับตน เขารู้จุดประสงค์ของนางแล้วเขาขว้างชามทองคำออกไปเพื่อชิงลงมือก่อน เพราะรู้ว่าความสามารถของตนเองด้อยกว่าจึงคิดล