ทุ่งหญ้าของตนก็เพื่อทำลายการขึ้นเป็นผู้นำเผ่าทั้งแปดของเขา หากไม่ใช่เพราะสถานะไม่ถูกต้องนางก็อยากช่วยพระอาจารย์ช่างจื้อโดยตรงอยู่หรอก
เดี๋ยว…หมิงเวยคิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ ชาติก่อนไม่มีนางซูถูก็ขึ้นเป็นผู้นำเผ่าทั้งแปดได้ เขาใช้วิธีใดในการปราบพระอาจารย์ช่างจื้อกัน หรือว่าวิธีครั้งก่อนใช้ไม่ได้จึงเปลี่ยนมาฝากความหวังไว้ที่นางแทน
ขณะที่กำลังครุ่นคิดอย่างหนักนางก็รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวเล็กน้อยบนหลังคาจึงดับเทียนแล้วเดินไปแถวหน้าต่างเงียบๆ
สักพักก็มีคนมาจุดไฟอะไรบางอย่างแล้วโยนเข้ามาข้างใน ควันพวยพุ่งออกมา
หมิงเวยเลิกคิ้วแล้วปิดจมูก ไม่นานผู้ที่ซุ่มอยู่ข้างนอกคำนวณในใจว่าใกล้ถึงเวลาแล้วจึงปีนเข้าไปข้างในอย่างเงียบๆ เมื่อเขาปีนเข้ามาได้ครึ่งทาง หมิงเวยก็คว้าตัวเขาทันทีแล้วลากเข้ามาด้านใน
“อา!” เขาอุทานออกมา แต่หมิงเวยรีบคว้าหนังแกะมาอุดปากเขาเอาไว้
นางโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อดูจากนั้นก็หัวเราะ “องค์ชายฮูหลุนงั้นหรือ เป็นองค์ชายอยู่ๆ เหตุใดริอาจกลายเป็นโจรได้ ข้าได้ยินมาว่าท่านมักจะด่าคนจงหยวนว่าเป็นพวกเจ้าเล่ห์กลับกลอก แต่เหตุใดท่านถึงทำเช่นนั้นเองเล่า”
ฮูหลุนถูกนางกดคอจนรู้สึกอึดอัด หมิงเวยคลายมือออกเล็กน้อย “องค์ชายอยากพูดว่าอะไรหรือ”
“ปล่อยข้า!” ฮูหลุนพูด “เจ้ากล้าลงมือกับข้า ข้าจะ…”
“ท่านจะทำไม” หมิงเวยออกแรง “ที่นี่คือเมืองหยุนไฉต่อให้ข้าถูกกลั่นแกล้งก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ท่านมา