ารถใช้อย่างอื่นเพื่อชดเชยได้”
น่าซูครุ่นคิดอย่างหนักแล้วจู่ๆ เขาก็คิดอะไรบางอย่างได้ “จริงสิ! เจ้าบอกเจ้าคิดจะไปทำการค้าที่หูตี้ใช่หรือไม่”
“ใช่”
“ถ้าเช่นนั้นให้ข้าแนะนำลูกค้าให้พวกเจ้าดีหรือไม่ ข้าสามารถทำให้พวกเจ้าได้กำไรมากมายแน่นอน!”
หมิงเวยยิ้ม “พวกเรานำสินค้ามามากพอล้วนเป็นของที่หูตี้กำลังขาดแคลน หากเราเดินทางไปไม่ว่าไปที่ไหนพวกเขาล้วนต้อนรับอยู่แล้ว”
“แต่พวกเราอยู่ในภาวะสงคราม! พวกเจ้าไม่กลัวเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันหรือ ข้าสามารถบอกเส้นทางที่ปลอดภัยแก่พวกเจ้าได้ รับรองว่าพวกเจ้าจะทำเงินได้มากมาย!”
หมิงเวยคิด “หากไม่ใช่ระดับราชวงศ์…”
“ราชวงศ์ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามา แต่ข้าสามารถพาพวกเจ้าไปยังบริเวณรอบๆ ที่ราชวงศ์อยู่ได้สามารถขายของให้พวกเขาได้ด้วย!”
“เช่นนั้นหรือ!” หมิงเวยแสดงท่าทีหวั่นไหว “ถ้าเช่นนั้นข้าจะกลับไปคุยกับหัวหน้า”
“ดีๆๆ!”
หลังจากพูดเรื่องนี้น่าซูก็นึกขึ้นมาได้ว่า “จริงสิ ก่อนหน้านี้นางสาปข้า สามารถถอนมันได้หรือไม่” หมิงเวยมองไปที่ตัวฝูที่อีกฝ่ายชี้ไป
ตัวฝูตอบกลับ “คุณหนู นั่นเป็นยันต์ให้ตื่นตัวเจ้าค่ะ บ่าวเกรงว่าเขาที่ถูกขังมานานจะไม่ตื่น” หมิงเวยหัวเราะเบาๆ ตัวฝูเรียนรู้ที่จะหลอกคนอื่นแล้วหรือนี่
นางพูดกับน่าซูว่า “คำสาปนั่นไม่ร้ายแรงมันจะสลายไปเองในไม่กี่วัน”
“เช่นนั้นข้าก็สบายใจแล้ว” น่าซูตบหน้าอกแล้วจู่ๆ ท้องเขาก็ร้องออกมา เขาถามอย่างเขินๆ ว่า “สิ่งนั้นข้าขอกิน