คนผู้นั้นรู้สึกเจ็บที่สะโพกแล้วเขาก็ลอยตัวขึ้นอีกครั้ง ตัวฝูวิ่งออกมาได้พักหนึ่งแล้ว แล้วตัวอีกฝ่ายก็ลอยมาทางนางพอดิบพอดี
ในช่วงเวลานั้นนางได้ถอดเสื้อนอกออกจากนั้นก็นำไปโอบรอบตัวอีกฝ่ายแล้วใช้แรงของตนพาคนผู้นี้ออกไปให้ไกล
เมื่อเท้าเหยียบพื้นคนผู้นั้นยังคงตกตะลึงและสับสนงุนงง
“เหม่ออะไรอยู่ไปเร็ว!” ตัวฝูดึงเสื้อตัวนอกกลับมา แต่จะกลับไปใส่ก็ไม่ทันจึงแขวนไว้บนไหล่จากนั้นก็วิ่งออกไป
“อ้อ!” เขาตอบรับแล้ววิ่งตามออกจากเมืองไป ภาพนั้นทำให้ชาวเมืองทุกคนตกตะลึง
จากนั้นพวกเขาก็ตะโกน “จับพวกเขาไว้!” ทั้งสองไม่สนใจสิ่งอื่นใดและวิ่งหนีออกไป ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใดเสียงที่อยู่ข้างหลังก็ค่อยๆ จางหายไปและในที่สุดก็ไม่ได้ยิน
ทั้งสองคนหยุดวิ่ง ต่างคนต่างหายใจหอบเหนื่อย
“ปลอดภัยแล้วใช่หรือไม่” คนผู้นั้นถาม
ตัวฝูหายใจหอบแล้วหันกลับไปที่ทิศทางของเมือง “คิดว่านะ!”
คนผู้นั้นพึมพำเป็นภาษาหูจากนั้นนั่งบนก้อนหินแล้วถามนางว่า “หญิงสาวที่อยู่กับเจ้าล่ะ อ้อ เจ้าเรียกนางว่าคุณหนูใช่หรือไม่”
ตัวฝูปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก “เดี๋ยวคุณหนูก็หาวิธีออกมาได้”
“งั้นหรือ นางคงแข็งแกร่งมาก แปลกจริง…สตรีจากจงหยวนไม่ได้อ่อนแอหรอกหรือแล้วเหตุใดพวกเจ้าช่าง…” เขาครุ่นคิดอยู่นาน และนึกออกแค่คำเดียว “โหดร้าย”
ตัวฝูขี้เกียจสนใจเขานางจึงหาก้อนหินสะอาดๆ เพื่อนั่งพักหายใจ
ผ่านไปครู่หนึ่งเสียงเกือกม้าก็ดังขึ้นในคืนอันเงียบสงบ ตัวฝู