มองทิศทางของเสียงนั้นอย่างดีใจเป็นดังที่คาดไว้ไม่นานหมิงเวยก็ปรากฏตัวบนหลังม้า
“คุณหนู!”
หมิงเวยยิ้มแล้วลูบหัวนางจากนั้นนางก็ลงจากหลังม้า “ไม่เป็นไรใช่หรือไม่”
“อืม! พวกเราหนีออกมาได้ไม่ได้บาดเจ็บอะไรเจ้าค่ะ”
หมิงเวยโยนถุงน้ำให้นาง และจ้องไปที่คนที่ได้รับการช่วยเหลือ
เขาเป็นเด็กหนุ่มจากชนเผ่าอื่น ผมของเขาถักเป็นเปียหลายเส้น เสื้อผ้าที่เขาสวมขาดรุ่งริ่ง แต่ก็ยังเห็นว่าเป็นชุดของหูเหริน
“เจ้าเป็นคนหูเหรินงั้นหรือ”
เด็กหนุ่มได้ยินนางถามเช่นนั้นก็ระวังตัวทันที “พวกเจ้าคงไม่ได้แค้นอะไรคนหูเหรินใช่หรือไม่”
หมิงเวยหัวเราะ “ทำไม กลัวพวกข้าจะส่งเจ้ากลับไปหรือ”
เด็กหนุ่มแค่นหัวเราะ “หากส่งข้ากลับไปพวกเจ้าก็หนีไปไม่รอดเช่นกัน”
เขาค่อนข้างฉลาด หมิงเวยสังเกตอีกฝ่ายอย่างละเอียด แต่น่าเสียดายที่แสงจันทร์สลัวเกินจึงมองเห็นได้ไม่ชัดนัก
“ภาษาจงหยวนของเจ้าดีมากไม่เหมือนคนที่เพิ่งเรียนรู้เลย!”
“แน่นอน!” เด็กหนุ่มดูท่าทางภูมิใจ “ข้าเรียนกับท่านยายตั้งแต่เด็ก”
“ยายของเจ้าเป็นคนจงหยวนหรือ”
เด็กหนุ่มไม่ตอบคำถามแต่กลับพูดว่า “อย่าคิดหลอกถามข้อมูลข้าเลย!”
พูดจบเขาก็มองไปที่ถุงน้ำที่ตัวฝูกำลังดื่มตาละห้อย และทนไม่ไหวที่จะร้องขอออกไปว่า “ขอดื่มสักสองจิบได้หรือไม่”
ตัวฝูเหลือบมองเขาอย่างระมัดระวัง และยื่นถุงน้ำให้หมิงเวย “เจ้าไม่ตอบคำถามของคุณหนูทำไมข้าต้องให้น้ำเจ้าด้วย”
เด็กหนุ่มอึกอัก เขาเกาหัว
ก็สมเหตุสมผล