อยู่!
เขาคิดอยู่สักพัก “เจ้าเปลี่ยนคำถามได้หรือไม่”
“ได้” หมิงเวยหยิบแผ่นไม้เล็กๆ ออกมา “ของสิ่งนี้เป็นของเจ้าใช่หรือไม่”
ดวงตาของเด็กหนุ่มเป็นประกายเขาแย่งแผ่นไม้มาด้วยความประหลาดใจ “ที่แท้พวกเจ้าเป็นคนค้นพบ อย่าเข้าใจผิดล่ะ! ข้ากำลังชี้ทางให้ผู้อื่นเห็น แต่กลับกลายเป็นพวกเจ้าที่ถูกชี้นำมา”
หมิงเวยพยักหน้าที่พูดมาก็สมเหตุสมผลคนที่ใช้เส้นทางเก่าบนเขาเหยียนซานมีน้อยมากทำไมถึงพบกองคาราวานของพวกเขาโดยบังเอิญ
“ในเมื่อเจ้าชี้ทางไว้ล่วงหน้าเจ้าตั้งใจมาที่เมืองเล็กๆ แห่งนี้หรือ” เด็กหนุ่มกลอกตาไม่ตอบอะไร
หมิงเวยถามต่อว่า “เจ้ามาที่เมืองเล็กๆ แห่งนี้ทำไม เกิดอะไรขึ้นกับชาวเมืองพวกนั้นเห็นได้ชัดว่าพวกเขามาจากจงหยวนไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคนหูเหรินอย่างเจ้าใช่หรือไม่” เด็กหนุ่มยังคงไม่ตอบ
หมิงเวยเก็บถุงน้ำ “ช่างเถอะ หาที่พักกันเถอะ”
“เดี๋ยว! ให้ข้าได้ดื่มน้ำหน่อยเถิด!” เด็กหนุ่มตะโกน “ข้าตอบคำถามไปหนึ่งข้อแล้วนะ!” หมิงเวยแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน
เด็กหนุ่มเลียริมฝีปากที่แห้งผากเมื่อคิดถึงแหล่งน้ำที่ใกล้ที่สุดดูเหมือนจะ…เขายอมแล้ว “เอาล่ะๆ ข้าบอกพวกเจ้าแล้วข้ามาเพื่อเอาของบางอย่าง แต่พวกเขาไม่แม้แต่จะฟังข้าด้วยซ้ำแล้วยังจับข้าขังไว้อีก”
เขาพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย “ข้ารู้ว่าข้าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวคิดว่าเช่นนี้ดูจริงใจ คนจงหยวนอย่างพวกเจ้าไม่เห็นคุณค่าของความจริงใจหรือ”
“แค่นั้นหรือ”
เด็กหนุ่มพูด “เจ้าอ